ทำไมคนนี้ถึงอ้วน ทำไมคนนั้นถึงผอมทำไมคนนี้ถึงอ้วน ทำไมคนนั้นถึงผอม

ตามไปดูจุลินทรีย์ในลำไส้ สิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่บอกได้ว่าใครจะอ้วนหรือผอม

you are what you eat คำพูดติดหูคลาสสิคค้างใจเรามาสักระยะ อาจเพราะสถานการณ์รอบตัวไม่ว่าจะเป็นไวรัส COVID-19 ฤดูกาลที่กำลังเปลี่ยนผ่าน หรือความเครียดที่แอบย่องเข้ามาทำลายสุขภาพ ทำให้เราเริ่มหาวิธีดูแลตัวเองอย่างจริงจัง หนึ่งในนั้นที่นึกออกเลยคืออาหารการกิน ระหว่างวางแผนปรับเปลี่ยนอาหารให้ได้ประโยชน์มากขึ้น เราบังเอิญไปเจอกับชุดข้อมูลที่น่าสนใจจากคุณ Rob Knight นักนิเทศน์วิทยาและจุลินทรีย์ว่า นอกจากจุลินทรีย์ในลำไส้จะช่วยย่อยอาหาร สร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายและช่วยต้านทานโรคอย่างที่เคยได้ยินกันมาแล้ว ในวงการแพทย์จุลินทรีย์เองก็มีความสำคัญไม่แพ้กันเพราะเป็นตัวกำหนดว่ายาแก้ปวดชนิดไหนจะเป็นพิษต่อร่างกายของเรา และเป็นตัวประเมินว่ายาที่ใช้จะเหมาะกับสภาพหัวใจของเราหรือไม่ อิทธิพลที่น่าทึ่งอีกอย่างของจุลินทรีย์คือมันสามารถส่งผลไปถึงการแสดงพฤติกรรมของเราได้อีกด้วย

ทั้งๆ ที่การรวมตัวกันของจุลินทรีย์ในลำไส้เรานั้นมีน้ำหนักแค่กิโลกว่าแต่กลับทรงพลังอย่างเหลือเชื่อ มีผลการทดลองยืนยันแล้วว่าหากทารกแรกเกิดถึงอายุราว 6 เดือนได้รับยาปฏิชีวนะจะมีโอกาสเป็นโรคอ้วนได้มากกว่า และถ้าลองสุ่มใครมาสักคนแล้วส่องดูจุลินทรีย์ในลำไส้ของเขา สามารถบอกได้เป๊ะถึง 90% ว่าคนคนนั้นจะอ้วนหรือผอมซึ่งเป็นสิ่งที่ DNA ในร่างกายก็ทำไม่ได้ (ว้าว!!)

เรื่องอ้วนผอมกับจุลินทรีย์ในลำไส้ยังมีการทดลองอย่างจริงจังในหนูทดลอง โดยบรรดาหนูทดลองจะถูกนำมาเลี้ยงในฟองปลอดเชื้อและไม่มีจุลินทรีย์เป็นของตัวเอง ก่อนจะปลูกถ่ายจุลินทรีย์จากหนูที่เป็นโรคอ้วนและหนูขนาดปกติเข้าไป พบว่าน้องตัวที่ได้รับจุลินทรีย์จากหนูที่เป็นโรคอ้วนมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นมากกว่าตัวที่ได้รับจุลินทรีย์จากหนูขนาดปกติแถมกินดุกว่าด้วย ไม่ใช่แค่จุลินทรีย์จากหนูด้วยกันเท่านั้น ยังมีการลองนำจุลินทรีย์จากคนอ้วนปลูกถ่ายไปที่หนูทดลองปลอดเชื้อผลปรากฏว่าหนูเหล่านั้นอ้วนขึ้นเช่นกัน ผลลัพธ์นี้เหมือนจะบอกกับเราเป็นนัยๆ ว่าจุลินทรีย์สามารถส่งผลต่อพฤติกรรมของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมได้ด้วย

ถ้าลองกลับกัน นำจุลินทรีย์ของเด็กแฝดที่อีกคนแข็งแรงดีส่วนคนหนึ่งเป็นโรคควาซิออร์กอร์หรือโรคขาดสารอาหารประเภทโปรตีนและพลังงานอย่างรุนแรงมาปลูกถ่ายให้กับหนูทดลองพบว่าภายในเวลาแค่ 3 สัปดาห์ น้ำหนักของหนูที่ได้รับจุลินทรีย์จากเด็กที่เป็นโรคควาซิออร์กอร์ลดลงถึง 30% ต่างจากหนูที่ได้รับจุลินทรีย์จากเด็กแข็งแรงซึ่งยังปกติดี เรื่องนี้ทำเอาบรรดาผู้ทดลองตื่นเต้นเป็นอย่างมาก ลองนึกดูว่าถ้าเราสามารถรักษาโรคโดยวิธีปลูกถ่ายจุลินทรีย์จากคนแข็งแรงให้กับผู้ป่วยได้คงจะดีไม่น้อย

ตัดภาพมาที่หนูทดลองซึ่งได้รับจุลินทรีย์จากเด็กที่เป็นโรคควาซิออร์กอร์หลังจากซูบผอมลงไปหนูทดลองก็ได้เนยถั่วเป็นอาหารเสริม พบว่าน้ำหนักของหนูเหล่านี้เพิ่มขึ้นและกลับมาเป็นมีสุขภาพปกติหลังจากกินเนยถั่ว แน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เนยถั่วถูกใช้เป็นอาหารเสริมสำหรับเด็กที่ขาดสารอาหารในหลายพื้นที่ เพราะเป็นแหล่งพลังงานชั้นดี ให้โปรตีนสูง แถมยังเป็นเสมือนเกราะป้องกันที่ช่วยไม่ให้จุลินทรีย์ฝ่ายดีอย่างโปรไบโอติกส์ถูกทำลาย

อาจพูดได้ว่าเราจะอ้วน ผอม มีพฤติกรรมการกินอย่างไรหรือแข็งแรงแค่ไหนส่วนหนึ่งเกี่ยวเนื่องกับจุลินทรีย์ตัวเล็กตัวน้อยในร่างกายที่มีน้ำหนักรวมกันแค่กิโลกว่าๆ ยิ่งรู้ว่าจุลินทรีย์ในลำไส้ส่งผลต่อร่างกายแค่ไหน ยิ่งทำให้เราย้อนมองถึงอาหารในแต่ละวันที่กินเข้าไป นอกจากต้องสะอาดและครบ 5 หมู่ บางทีการใส่ใจกินอาหารที่ช่วยเพิ่มจุลินทรีย์ชั้นดีอย่างโปรไบโอติกส์ที่อยู่ในโยเกิร์ต นมเปรี้ยว หรืออาหารหมักดองจำพวกกิมจิ ถั่วเน่า อาจเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสู่การมีร่างกายที่แข็งแรงพร้อมด้วยภูมิต้านทานโรคซึ่งช่วยให้เราสามารถต่อสู้กับยุคที่เชื้อไวรัสและโรคภัยต่างๆ เข้าจู่โจมผู้คนในทุกพื้นที่ทั่วโลก

 

อ้างอิง

http://nutrition.anamai.moph.go.th

https://www.ted.com/

https://getd.libs.uga.edu/pdfs/klu_yaa-asantewaa_k_201408_phd.pdf

 

ติดตามข่าวสารของ SAS ได้ที่ :
Website : siamagrisupply.com
Facebook : SiamAgriSupply
Line : @siamagrisupply
Youtube : SASOfficial

 

 

ตามไปดูจุลินทรีย์ในลำไส้ สิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่บอกได้ว่าใครจะอ้วนหรือผอม

you are what you eat คำพูดติดหูคลาสสิคค้างใจเรามาสักระยะ อาจเพราะสถานการณ์รอบตัวไม่ว่าจะเป็นไวรัส COVID-19 ฤดูกาลที่กำลังเปลี่ยนผ่าน หรือความเครียดที่แอบย่องเข้ามาทำลายสุขภาพ ทำให้เราเริ่มหาวิธีดูแลตัวเองอย่างจริงจัง หนึ่งในนั้นที่นึกออกเลยคืออาหารการกิน ระหว่างวางแผนปรับเปลี่ยนอาหารให้ได้ประโยชน์มากขึ้น เราบังเอิญไปเจอกับชุดข้อมูลที่น่าสนใจจากคุณ Rob Knight นักนิเทศน์วิทยาและจุลินทรีย์ว่า นอกจากจุลินทรีย์ในลำไส้จะช่วยย่อยอาหาร สร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายและช่วยต้านทานโรคอย่างที่เคยได้ยินกันมาแล้ว ในวงการแพทย์จุลินทรีย์เองก็มีความสำคัญไม่แพ้กันเพราะเป็นตัวกำหนดว่ายาแก้ปวดชนิดไหนจะเป็นพิษต่อร่างกายของเรา และเป็นตัวประเมินว่ายาที่ใช้จะเหมาะกับสภาพหัวใจของเราหรือไม่ อิทธิพลที่น่าทึ่งอีกอย่างของจุลินทรีย์คือมันสามารถส่งผลไปถึงการแสดงพฤติกรรมของเราได้อีกด้วย

ทั้งๆ ที่การรวมตัวกันของจุลินทรีย์ในลำไส้เรานั้นมีน้ำหนักแค่กิโลกว่าแต่กลับทรงพลังอย่างเหลือเชื่อ มีผลการทดลองยืนยันแล้วว่าหากทารกแรกเกิดถึงอายุราว 6 เดือนได้รับยาปฏิชีวนะจะมีโอกาสเป็นโรคอ้วนได้มากกว่า และถ้าลองสุ่มใครมาสักคนแล้วส่องดูจุลินทรีย์ในลำไส้ของเขา สามารถบอกได้เป๊ะถึง 90% ว่าคนคนนั้นจะอ้วนหรือผอมซึ่งเป็นสิ่งที่ DNA ในร่างกายก็ทำไม่ได้ (ว้าว!!)

เรื่องอ้วนผอมกับจุลินทรีย์ในลำไส้ยังมีการทดลองอย่างจริงจังในหนูทดลอง โดยบรรดาหนูทดลองจะถูกนำมาเลี้ยงในฟองปลอดเชื้อและไม่มีจุลินทรีย์เป็นของตัวเอง ก่อนจะปลูกถ่ายจุลินทรีย์จากหนูที่เป็นโรคอ้วนและหนูขนาดปกติเข้าไป พบว่าน้องตัวที่ได้รับจุลินทรีย์จากหนูที่เป็นโรคอ้วนมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นมากกว่าตัวที่ได้รับจุลินทรีย์จากหนูขนาดปกติแถมกินดุกว่าด้วย ไม่ใช่แค่จุลินทรีย์จากหนูด้วยกันเท่านั้น ยังมีการลองนำจุลินทรีย์จากคนอ้วนปลูกถ่ายไปที่หนูทดลองปลอดเชื้อผลปรากฏว่าหนูเหล่านั้นอ้วนขึ้นเช่นกัน ผลลัพธ์นี้เหมือนจะบอกกับเราเป็นนัยๆ ว่าจุลินทรีย์สามารถส่งผลต่อพฤติกรรมของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมได้ด้วย

ถ้าลองกลับกัน นำจุลินทรีย์ของเด็กแฝดที่อีกคนแข็งแรงดีส่วนคนหนึ่งเป็นโรคควาซิออร์กอร์หรือโรคขาดสารอาหารประเภทโปรตีนและพลังงานอย่างรุนแรงมาปลูกถ่ายให้กับหนูทดลองพบว่าภายในเวลาแค่ 3 สัปดาห์ น้ำหนักของหนูที่ได้รับจุลินทรีย์จากเด็กที่เป็นโรคควาซิออร์กอร์ลดลงถึง 30% ต่างจากหนูที่ได้รับจุลินทรีย์จากเด็กแข็งแรงซึ่งยังปกติดี เรื่องนี้ทำเอาบรรดาผู้ทดลองตื่นเต้นเป็นอย่างมาก ลองนึกดูว่าถ้าเราสามารถรักษาโรคโดยวิธีปลูกถ่ายจุลินทรีย์จากคนแข็งแรงให้กับผู้ป่วยได้คงจะดีไม่น้อย

ตัดภาพมาที่หนูทดลองซึ่งได้รับจุลินทรีย์จากเด็กที่เป็นโรคควาซิออร์กอร์หลังจากซูบผอมลงไปหนูทดลองก็ได้เนยถั่วเป็นอาหารเสริม พบว่าน้ำหนักของหนูเหล่านี้เพิ่มขึ้นและกลับมาเป็นมีสุขภาพปกติหลังจากกินเนยถั่ว แน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เนยถั่วถูกใช้เป็นอาหารเสริมสำหรับเด็กที่ขาดสารอาหารในหลายพื้นที่ เพราะเป็นแหล่งพลังงานชั้นดี ให้โปรตีนสูง แถมยังเป็นเสมือนเกราะป้องกันที่ช่วยไม่ให้จุลินทรีย์ฝ่ายดีอย่างโปรไบโอติกส์ถูกทำลาย

อาจพูดได้ว่าเราจะอ้วน ผอม มีพฤติกรรมการกินอย่างไรหรือแข็งแรงแค่ไหนส่วนหนึ่งเกี่ยวเนื่องกับจุลินทรีย์ตัวเล็กตัวน้อยในร่างกายที่มีน้ำหนักรวมกันแค่กิโลกว่าๆ ยิ่งรู้ว่าจุลินทรีย์ในลำไส้ส่งผลต่อร่างกายแค่ไหน ยิ่งทำให้เราย้อนมองถึงอาหารในแต่ละวันที่กินเข้าไป นอกจากต้องสะอาดและครบ 5 หมู่ บางทีการใส่ใจกินอาหารที่ช่วยเพิ่มจุลินทรีย์ชั้นดีอย่างโปรไบโอติกส์ที่อยู่ในโยเกิร์ต นมเปรี้ยว หรืออาหารหมักดองจำพวกกิมจิ ถั่วเน่า อาจเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสู่การมีร่างกายที่แข็งแรงพร้อมด้วยภูมิต้านทานโรคซึ่งช่วยให้เราสามารถต่อสู้กับยุคที่เชื้อไวรัสและโรคภัยต่างๆ เข้าจู่โจมผู้คนในทุกพื้นที่ทั่วโลก

 

อ้างอิง

http://nutrition.anamai.moph.go.th

https://www.ted.com/

https://getd.libs.uga.edu/pdfs/klu_yaa-asantewaa_k_201408_phd.pdf

 

ติดตามข่าวสารของ SAS ได้ที่ :
Website : siamagrisupply.com
Facebook : SiamAgriSupply
Line : @siamagrisupply
Youtube : SASOfficial