“ประเทืองฟาร์ม” เลือกใช้ “โปรไบโอติก” ผลิตน้ำนมโคคุณภาพ มาตรฐาน อ.ส.ค.“Prateung Farm” chooses “probiotic” to produce cow milk with the quality standard certified by Dairy

 

ปัจจุบันการเลี้ยงโคนมในบ้านเราถือเป็นอาชีพดาวรุ่งและมีอนาคตสดใสที่สุดใน บรรดาอาชีพเกษตรด้วยกัน เนื่องจากบ้านเรามีนโยบายส่งเสริมการเลี้ยงโคนมที่ชัดเจน รัฐบาลมีการตั้งราคาประกันรับซื้อที่แน่นอน รวมถึงมีเทคโนโลยีการเลี้ยงที่ได้มาตรฐาน อีกทั้งที่ตั้งของประเทศเป็นศูนย์กลางการคมนาคมในอาเซียน ที่สามารถขนส่งนมไป ขายได้รอบประเทศ และประเทศเพื่อนบ้านล้วนเป็นประเทศเกิดใหม่ที่มีความต้องการบริโภค นมเพิ่มมากขึ้นสำคัญ คือ ทัศนคติของผู้เลี้ยง ขอเพียงเกษตรกรยุคใหม่ให้เปิดใจศึกษาองค์ความรู้ใหม่ๆ และนำเทคนิควิธีการเลี้ยงโคนมมาพัฒนาต่อยอดฟาร์มของตนเอง ด้วยเหตุนี้ จึงเป็นโอกาสของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมหรือ ผู้ที่กำลังสนใจอาชีพดังกล่าว เพราะวันนี้ประเทศไทยมีแม่โค ให้รีดนมได้ประมาณ 250,000 ตัว ได้น้ำนมดิบเพียงแค่ 30- 40 เปอร์เซ็นต์ ของความต้องการบริโภคภายในประเทศ เท่านั้นเอง และต่อไปในอนาคตอันใกล้ความต้องการน้ำนม ดิบจะเพิ่มมากขึ้น เพราะไทยเราจะเป็นฐานผลิตรายใหญ่ใน ภูมิภาคอาเซียน ปัจจุบันเพียงแค่ผลิตให้ได้เพียงพอต่อการ ใช้ในประเทศเท่านั้น ดังนั้นเราจำเป็นต้องผลิตแม่โคให้ได้ เพิ่มมากอีกกว่า 300,000 ตัว ด้วยเหตุนี้การเลี้ยง โคนมจึงเป็นอาชีพที่มีอนาคตสดใสและมั่นคงยั่งยืนแน่นอนและสืบเนื่องจากความน่าสนใจในอาชีพเลี้ยงโคนมใน ประเทศ นิตยสารสัตว์บกฉบับนี้ พาทุกท่านมาทำความรู้จัก กับ คุณเพชรพนา อั่งสกุล (คุณเพชร) สุภาพสตรีคนเก่งซึ่ง ประกอบอาชีพเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม และเป็นเจ้าของ “ประเทืองฟาร์ม” ตั้งอยู่ในพื้นที่ อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี โดย ประเทืองฟาร์มเป็นอีกหนึ่งฟาร์มคุณภาพที่ส่งน้ำนมดิบ จำหน่ายให้กับ “สหกรณ์โคนมไทย-เดนมาร์ค ลำพญากลาง จำกัด” ตลอดจนเข้าร่วมเป็นสมาชิกสหกรณ์ฯ แห่งนี้ด้วย

ฟาร์มต้นแบบโคนมลูกผสม
        ปั
จจุบัน “ประเทืองฟาร์ม” ได้รับการสนับสนุนโดย องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) ให้ เป็น “ฟาร์มโคนมต้นแบบ” สำหรับเกษตรกรหรือประชาชน ทั่วไปที่สนใจให้สามารถเข้ามาศึกษาเรียนรู้เทคนิคการเลี้ยง โคนมและการบริหารจัดการฟาร์มทั้งนี้เพื่อเป็นองค์ความรู้ และนำไปประยุกต์ ใช้ดูแลฟาร์มของตนเองให้ได้มาตรฐาน สากลเฉกเช่น “ประเทืองฟาร์ม”

        คุณเพชรพนา หรือ ‘คุณเพชร’ ปัจจุบันถือเป็นรุ่นที่ 2 ที่เข้ามาบริหาร “ประเทืองฟาร์ม” โดยก้าวสู่ปีที่ 8 นับตั้งแต่ ปี พ.ศ.2553 ที่เธอได้เข้ามาสานต่อกิจการฟาร์มที่คุณแม่เป็น ผู้ริเริ่มทำมาตลอด กว่า 20 ปี ทั้งนี้ประวัติการศึกษาและการ ทำงานของคุณเพชรพนานั้นไม่ธรรมดา จบปริญญาตรี ด้าน เทคโนโลยีชีวภาพ มหาวิทยาลัยรังสิตและ ปริญญาโท สาขา วิชาเทคโนโลยี หลังการเก็บเกี่ยว มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี พระจอมเกล้าธนบุรี และเคยมีประสบการณ์การทำงานด้าน จัดซื้อให้กับบริษัทธุรกิจค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่ ของประเทศ สำหรับสาเหตุหลักที่คุณเพชรพนาตัดสินใจเปลี่ยนชีวิตจากพนักงานบริษัทกลับบ้านสานต่อกิจการฟาร์ม โคนมเพราะด้วยคุณแม่มีอายุที่มากขึ้น

        คุณเพชรพนา เริ่มต้นเข้ามาบริหารฟาร์มจากที่ไม่มี ความรู้การเลี้ยงโคนม โดยอาศัยองค์ความรู้ที่คุณแม่ถ่ายทอด ให้ ตลอดจนถามผู้รู้ศึกษาเองจากหนังสือคู่มือตำราการเลี้ยง โคนม และเข้าร่วมอบรมหลักสูตรที่ อ.ส.ค. จัดขึ้น อาทิ หลักสูตรรีดนม, หลักสูตรผสมเทียม เป็นต้น ทำให้ คุณเพชรพนา ค่อยๆ พัฒนาต่อยอดกิจการฟาร์มจากอดีต เลี้ยงโคนมจำนวน 100 ตัว ปัจจุบันเพิ่มเป็น 250 ตัว ตลอด จนมีการขยับขยายฟาร์มและปรับปรุงโรงเรือนให้สะอาดโปร่ง โล่งสบายเพื่อให้โคทุกตัวผลิตน้ำนมดิบที่มีคุณภาพ ในทุกๆ วัน

ในส่วนโคนมที่เลี้ยงเป็นพันธุ์ลูกผสม 3 สายพันธุ์หลักๆ ได้แก่ ไทยฟรีเชียน (Thai Friesian), เจอร์ซี่ (Jersey) และ พันธุ์บราวน์สวิส (Brown Swiss) โดยเหตุผลที่เลือกเลี้ยง สายพันธุ์ดังกล่าว คุณเพชรพนาเผยว่า ให้น้ำนมดีมีคุณภาพ

        สำหรับพื้นที่เลี้ยงโคนม “ประเทืองฟาร์ม” จำนวน ประมาณ 100 ไร่ รวมแปลงหญ้าซึ่งปลูกเอาไว้ใช้เป็นอาหารหยาบ ได้แก่ หญ้ากินนีและหญ้าเนเปียร์ ในส่วน ลักษณะโรงเรือนปลูกสร้างและบริหารจัดการโดยแบ่งตาม ช่วงอายุของโคนม อาทิ โรงเรือนโครีดนมแล้วกับโคพักรีดไว้ รวมกัน , โรงเรือนคอกอนุบาลแรกคลอดจนถึง 3 เดือน, โรงเรือนช่วงอายุ 4-6 เดือน และโรงเรือนคอกที่หย่านม (ช่วง อายุ 7-12 เดือน) ทั้งนี้ประเทืองฟาร์ม

 

ใช้การผสมเทียมเป็น หลักซึ่งได้รับการสนับสนุนจากทีมสัตวบาล อ.ส.ค. เข้ามา ช่วยผสมเทียมตลอดจนติดตามการบริหารจัดการและการ เลี้ยงดูโคนมภายในฟาร์มอย่างใกล้ชิดใช้โปรไบโอติกคู่อาหารสูตร คุณภาพน้นม บวก.. บวก.. บวก!!

         ในส่วนอาหารที่ใช้เลี้ยงโคนมให้ได้น้ำนมดิบที่มี คุณภาพส่งขายเป็นประจำป้อนให้ “สหกรณ์โคนมไทย- เดนมาร์ค ลำพญากลาง จำกัด” โดยคุณเพชรพนาเลือกใช้ วัตถุดิบผสมอาหารสำหรับสัตว์ของ บริษัท สยาม อะกริ ซัพพลาย จำกัด ดำเนินธุรกิจนำเข้า ส่งออก และจัดจำหน่าย วัตถุดิบอาหารสัตว์ครบวงจร โดยอาหารสูตรที่ใช้นั้น ได้แก่ ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม ‘ไบโอติก แมกซ์ 1’ (Biotic Max 1) ซึ่งเป็นสารเสริมชีวนะที่ช่วยเพิ่มจุลินทรีย์ที่ดีมีประโยชน์ เข้าไปปรับสมดุลในระบบทางเดินอาหารให้กับ สัตว์เลี้ยงลูก ด้วยนม เสริมสร้างการเจริญเติบโต กระตุ้นการกินอาหาร และช่วยเพิ่มปริมาณน้ำนมของ โครีดนม/ตัว/วัน ได้อย่างมี ประสิทธิภาพ

      คุณเพชรพนา บอกว่าได้ใช้ ‘ไบโอติก แมกซ์ 1’ ตาม สูตรการให้ของ บริษัท สยาม อะกริ ซัพพลาย จำกัด ควบคู่ ไปกับการให้อาหารที่ผสมเอง โดยอาหารที่ผสมเองเป็น อาหารสูตรตามโปรแกรมที่ อ.ส.ค. คำนวณและออกแบบให้ มีส่วนผสมหลักๆ เช่น กากถั่วเหลือง รำสาลี กากเบียร์ มันเส้น เกลือเม็ด และแร่ธาตุต่างๆ ที่มีคุณค่าทางโภชนาการ อาหารสูงสำหรับโคนมแต่ละช่วงอายุ

ดิฉันเริ่มใช้อาหารเสริม ‘ไบโอติก แมกซ์1 เมื่อไม่ นานมานี้ ซึ่งส่วนตัวต้องการทดลองใช้อาหารเสริมกลุ่มโปร ไบโอติกอยู่แล้ว ตัวไหนดี เราทดลองใช้หมด สำหรับ ผลิตภัณฑ์ของ สยาม อะกริ ซัพพลาย เป็นผลิตภัณฑ์คุณภาพ จากการสังเกตการเปลี่ยนแปลงหลังใช้อาหารเสริม “ไบโอติก แมกซ์ 1 แล้ว โคนมสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง กินง่ายถ่ายสะดวก ผิวขนสวยมันวาว น้ำนมดิบได้คุณภาพ รวมถึง พนักงาน / เจ้าหน้าที่ทีมงานสยาม อะกริ ซัพพลาย ก็บริการ หลังการขายดีมาก ดูแลให้คำปรึกษาด้วยดีมาโดยตลอดดุจ ญาติมิตร”

เมื่อถามถึงเคล็ดลับการเลี้ยงโคนมให้สมบูรณ์แข็งแรง รวมถึงเทคนิคการรีดนมให้ได้น้ำนมดิบคุณภาพตาม มาตรฐานการรับซื้อของ อ.ส.ค. คุณเพชรพนาบอกว่า การ ดูแลเอาใจใส่โคนมของผู้เลี้ยงมีส่วนสำคัญมาก โดยการ บริหารในฟาร์มจะเน้นการให้อาหารตามช่วงอายุและสภาพ ร่างกาย เนื่องจากร่างกายแม่โคจะมีส่วนสัมพันธ์กับปริมาณ ไขมันที่สะสมในร่างกาย เป็นการมองสภาพร่างกายแม่โคว่า อ้วน หรือผอม โดยเฉพาะช่วงท้ายของการให้น้ำนม หรือ ช่วงพักการรีดนม เพื่อให้สภาพร่างกายอยู่ในสภาพที่เหมาะ สม ซึ่งจะเป็นผลให้มีน้ำนมผลิตได้สูงสุด สุขภาพดี และระบบ สืบพันธุ์ปกติ

ทั้งนี้ สภาพร่างกายของโคจะมีการเปลี่ยนแปลงตาม ปริมาณการให้น้ำนม และปริมาณอาหารที่ได้รับหลังคลอด เพราะน้ำหนักแม่โคจะลดลงทำให้แม่โคให้นมไม่เต็มที่ ร่างกายแม่โคจะทรุดโทรมลง และอาจจะเกิดปัญหาการผสม ตามมาในเรื่องการบริหารจัดการฟาร์มในแต่ละวันนั้น ประเทืองฟาร์มมีคนงานจำนวน 10 คน แบ่งหน้าที่ความรับ ผิดชอบ ตั้งแต่เช้ามืด (04.00 น.) พนักงาน 4 คนเข้าโรงเรือน ดูแลเรื่องการให้อาหาร ส่วนอีก 6 คนเป็นทีมเข้ารีดนม ส่วน คุณเพชรพนาจะทำหน้าที่ตรวจสุขภาพโคนม หากมีอาการ ผิดสังเกตจะทำการรักษาทันที เช่น อาการเต้านมอักเสบ ซึ่ง คุณเพชรพนาจะทำการป้องกันและรักษาตามมาตรฐาน เช่น ทำความสะอาดคอก เก็บมูลวัวออกจากโรงเรือน โดยมูลวัว นำไปกองรวมตากแดดเพื่อรอจำหน่ายให้พ่อค้าที่มารับซื้อ นอกจากนี้ยังใช้น้ำสะอาดผสมน้ำยาฆ่าเชื้อโรคใช้เช็ด ทำความสะอาดป้องกันเต้านมอักเสบ เป็นต้น

ทั้งนี้ หลังการรีดนมเสร็จแล้ว คุณเพชรพนาจัดการโค ด้วยวิธีต้อนให้โคนมยืนกินหญ้าประมาณ หนึ่งชั่วโมงเพื่อให้ รูเต้านมปิดและเพื่อลดการอักเสบ ผอมหรืออ้วนจนเกินไป ซึ่งหากแม่โคคลอดลูกแล้ว ค่าบอดี้ สกอร์จะลดลงทันที และจะส่งผลถึงการเจริญเติบโต, การให้ นม, การผสมพันธุ์ ฯลฯ ดังนั้นผู้เลี้ยงต้องให้ความสำคัญต่อ การเลี้ยงดูและการให้อาหารของโคนมตั้งแต่แรกเริ่มจนถึงทุก ช่วงอายุ ซึ่งหากมีการดูแลเอาใจใส่ที่ดี โคนมสามารถให้ น้ำนมดิบก่อนปลดระวางได้ถึง 10-12 ปี

ยกตัวอย่างการบริหารจัดการฟาร์มในแต่ละวันว่า ผู้ เลี้ยงต้องบำรุงดูแลเอาใจใส่โคนมที่เลี้ยงตั้งแต่แรกเกิด ซึ่ง โดยทั่วไประยะเวลา 15 เดือน จึงเริ่มผสมพันธุ์ได้ และขึ้นปี ที่ 2 จึงเริ่มรีดนม ทั้งนี้ผู้เลี้ยงต้องสังเกตลักษณะความ สมบูรณ์พันธุ์ของโคนมด้วย ในส่วนระยะที่แม่โคคลอดลูกตัว แรกอย่างช้าต้องไม่เกิน 28 เดือน มิเช่นนั้น เวลาจะล่วงเลย ใช้เวลาเลี้ยงและต้นทุนการเลี้ยงมากขึ้น ผู้เลี้ยงจะไม่คุ้มทุน กับการเลี้ยงโคนม” คุณเพชรพนากล่าวเสริม

ลักษณะเด่นของแม่โค ตามมาตรฐานการให้คะแนน ร่างกายของโค หรือเรียกกันว่า บอดี้สกอร์ (Body Condition Score, BCS) จะมีค่าไม่ต่ำกว่า 3 - 3.5 ขึ้นไป คือจะต้องไม่

 เน้นคุณภาพอาหาร & มาตรฐานโรงเรือน เคล็ดลับสู่ความยั่งยืน

     ด้านการตลาดและช่องทางจำหน่าย ปัจจุบันประเทือง ฟาร์มผลิตน้ำนมดิบเฉลี่ย 1,800 กก./วัน จำหน่ายให้กับ “สหกรณ์โคนมไทย-เดนมาร์ค ลำพญากลาง จำกัด” ภายใต้ราคามาตรฐานการรับซื้อน้ำนมโคของสมาชิกสหกรณ์ฯ ซึ่ง จำแนกคุณภาพมาตรฐานน้ำนมดิบในประเทศไทยแบ่งเป็น ระดับๆ โดยระดับสูงสุดคือระดับ 4 เป็นน้ำนมโคมีคุณภาพ ดีที่สุด เปอร์เซ็นต์ไขมัน(Butter Fat) ต้องไม่น้อยกว่า 3.5 และเปอร์เซ็นต์โปรตีน(Milk Protein) ต้องไม่น้อยกว่า 2.8 ซึ่ง ราคารับซื้อจะเฉลี่ยอยู่ที่ 18.90 บาท/กก. และลดหลั่นลงตาม คุณภาพนม เป็นต้น

    เมื่อถามถึงอุปสรรคของการบริหารจัดการฟาร์มโคนม คุณเพชรพนาเล่าสู่กันฟังว่า การเลี้ยงโคนมจะว่ายากก็ยาก จะว่าง่ายก็ง่าย ทั้งนี้อยู่ที่หัวจิตหัวใจ ความอดทน ความดูแล เอาใจใส่ของผู้เลี้ยงเอง ส่วนอุปสรรคหลักๆ คือ การดูแล อย่างไรไม่ให้โคนมป่วย ซึ่งคำตอบคือ การหมั่นดูแลบริหาร จัดการความสะอาดและสภาพอากาศในโรงเรือนให้สะอาด โปร่งอย่างสม่ำเสมอ ตลอดจนเกษตรกรผู้เลี้ยงควรเปิดใจ บำรุงโคนมด้วยอาหารสำเร็จรูป อาหารหยาบ/ข้น และสาร อาหารเสริมควบคู่กันไป เพื่อให้โคนมมีสุขภาพสมบูรณ์แข็ง แรง ได้ผลผลิตน้ำนมดิบที่มีคุณภาพส่วนสภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน ไม่มีผลกระทบแต่อย่าง ใด โดยคุณเพชรพนาบอกว่า เนื่องจากผลผลิตน้ำนมทุกหยด ของประเทืองฟาร์มผ่านการตรวจสอบคุณภาพทุกกระบวนการก่อนออกสู่ตลาด อีกทั้งราคาซื้อขายผ่านการ ตรวจสอบและภายใต้การประกันราคาของทางสหกรณ์ฯ อยู่แล้วสำหรับอนาคต คุณเพชรพนา วางแผนปรับปรุงโรง เรือนเพิ่มแต่คาดว่าปริมาณการเลี้ยงโคนม เท่าเดิม เน้นการ บริหารจัดการอย่างทั่วถึงและรักษาคุณภาพมาตรฐานฟาร์ม และนมโค ทั้งนี้ในตอนท้าย คุณเพชรพนา ยังฝากถึง เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมด้วยว่า..อาชีพโคนมเป็นอาชีพพระราชทานฯ เป็นอาชีพที่ มั่นคงยั่งยืน ปัจจัยสำคัญ คือ ทัศนคติของผู้เลี้ยง ขอเพียง เกษตรกรยุคใหม่ให้เปิดใจศึกษาองค์ความรู้ใหม่ๆ และนำเทคนิควิธีการเลี้ยงโคนมมาพัฒนาต่อยอดฟาร์มของตนเอง”

ถ้าคุณต้องการพัฒนาคุณภาพน้ำนมและยกระดับ มาตรฐานฟาร์ม คุณอาจเริ่มต้นง่ายๆ ด้วยการเลือกใช้ ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมควบคู่กับอาหารสำเร็จรูป เช่น ผลิตภัณฑ์กลุ่มโปรไบโอติก ซึ่งเป็นจุลินทรีย์ที่ดีเข้าไปช่วยใน ระบบการย่อยและดูดซึมอาหารนำไปใช้ประโยชน์ในร่างกาย ของโคนมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้คุณควรศึกษาข้อมูล หรือสอบถามจากผู้เชี่ยวชาญหรือผู้ที่เคยมีประสบการณ์ก่อน การตัดสินใจ และเลือกใช้ให้เหมาะสมกับบริบทในพื้นที่หรือ รูปแบบการจัดการฟาร์มของคุณเองอย่างเหมาะสม

อย่างไรก็ดี อาหารเสริมกลุ่มโปรไบโอติกอาจจะไม่เห็น ผลในทันที ซึ่งเกษตรกรผู้เลี้ยงต้องใช้ความอดทน ใจเย็นสัก หน่อย แต่ในระยะยาวรับรองว่าคุ้มค่ากับการรอคอย โค สุขภาพดีแข็งแรงสมบูรณ์ อารมณ์แจ่มใส คุณภาพน้ำนมขึ้น ผลผลิตส่งขายได้ราคางาม คุณมีความสุขและโคก็จะมีความ สุขด้วย”

 

ขอขอบคุณ

คุณเพชรพนา อั่งสกุล เจ้าของ “ประเทืองฟาร์ม”

ที่อยู่ติดต่อเลขที่ 47/1 หมู่ 1 ต.ลำสมพุง

อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี 30130

 

 

Currently, dairy cattle raising is becoming popular and seems to guarantee the most promising future of all agricultural occupations. The government has specified and ensured an exact purchasing price while the technology in raising these dairy cattle has been standardized. Moreover, the location of Thailand is at the center of all transportations in ASEAN that enables our country to transport and sell milk to other neighboring countries and these recently developed countries are in need of milk consumption. More importantly is the attitude of the animal raisers themselves. They should be more open-minded, acquire new and up-to-date body of knowledge while utilizing these raising techniques for further improvement of their farm. Accordingly, this is deemed a good opportunity for dairy cattle farmers or anyone who is interested in this profession since nowadays Thailand has a total of 250,000 milk cows and can produce raw milk at the amount accommodating only 30-40 percent of total consumer demand. In the near future, demand of raw milk will definitely increase as Thailand will become a major manufacturing base in ASEAN. At present, our production capacity can respond to domestic demand only; therefore, we must breed more than 300,000 cow milks to solve this problem. Dairy cattle farming is thus, one of the careers with the the most promising future that can guarantee you with sustainable growth and security. This issue of Land Animals Magazine would like to introduce you to Khun Petchpana Angsakul (Khun Petch), a talented lady and the owner of “Prateung Farm”, located in Muak Lek subdistrict, Saraburi. Prateung Farm is a good quality farm that distributes raw milk to Thai-Denmark Dairy Cattle Cooperatives Lamphaya Klang Company Limited in which Khun Petch herself has become a member of this cooperative as well.

Model farm of hybrid dairy cattle

            At present, “Prateung Farm” has been supported by Dairy Farming Promotion Organization of Thailand to become “dairy cattle farming model” where farmers and general public are always welcomed to learn about raising technique of dairy cattle and farm management in order that they can employ such knowledge and apply it in real life situation in accordance with international standard.

            Khun Petchpana or “Khun Petch” is the second generation who has run “Prateung Farm” for 8 years since 2010. Khun Petch has continued the farming business from her mother who began it more than 20 years ago. Khun Petch’s educational and professional background is no ordinary. Her bachelor’s degree was in biotechnology in which she graduated from Rungsit University and her master’s degree in postharvest technology from King Mongkut’s University of Technology Thonburi. She used to work in the Purchasing Department of one of the largest consumer products company in the country. The main reason she quitted her day-to-day job and furthered her family’s business is her aging mother.

            Khun Petchpana started the farming business with zero knowledge in this field. She relied only on the knowledge and insight her mother had given while at the same time she made some inquiries to gain insight from other experienced professional and she had self-studied and attended the program initiated by Dairy Farming Promotion Organization of Thailand. The programs include milking cow technique and artificial insemination. Khun Petchpana gradually developed and furthered the farming business, from 100 cows in the past to 250 milk cows at present. She then decided to expand her farm and improve the housing condition to be even cleaner, more open to facilitate the air flow that in turn will stimulate all the milk cows to produce high quality raw milk.

 

The breeds commonly found at Prateung Farm are mainly the hybrids of Thai Fresian, Jersey and Brown Swiss as these three breeds yield high quality raw milk.

The dairy cattle farming encompasses the total area of 100 rais, including the pasture area where grass such as guinea and napier have been planted as roughages to feed the cows. For housing and farm management, the farm is divided according to the age group of the dairy cattle; for example, housing for cows with lactation period and those with dry period, housing for fresh cows and cows up to 3 months old, housing for cows 4-6 months old and housing for weaning cattle (7-12 months old). Nonetheless, Prateung Farm has mainly employed artificial insemination that has been supported and closely monitored by the animal husbandry expert from Dairy Farming Promotion Organization of Thailand while emphasizing on using probiotic coupled with the feeds’ recipe. Therefore, the quality of raw milk produced here is a plus…plus…plus

In producing raw milk with the quality and standard acceptable by Thai-Denmark Dairy Cattle Cooperatives Lamphaya Klang Company Limited, Khun Petchpana has specifically selected raw materials for animal feeds produced by Siam Agri Supply Company Limited, a major distributor, importer and exporter of complete raw materials for animal feeds. The formula used in the feeds is “Biotic Max 1”, a probiotic with added microorganisms that help balance the alimentary system of dairy cattle, stimulate their growth and appetite while increasing the daily productivity of each cow.

Khun Petchpana told us that she employed “Biotic Max 1” in accordance with the formula given by Siam Agri Supply, coupled with her own invention. Such formula is based primarily on the program designed and calculated by Dairy Farming Promotion Organization of Thailand. Major ingredients include soybean meal, wheat bran, brewer’s grain, tapioca chip, salt and other minerals with high nutritional value for dairy cattle at each age group.

“I started using “Biotic Max 1” not long ago. Personnally, I prefer to use probiotic which seems good for me. I had tried them all. Siam Agri Supply’s products are high quality products as I have noticed the changes after “Biotic Max 1” has been introduced. Our dairy cattles are healthier and their excretory system has been improved tremendously. Their hair is shiny and beautiful. In addition, these cows yield raw milk with higher quality. The staffs of Siam Agri Supply had provided us with excellent after-sales service. They also gave us useful suggestions and treat us lkie their friends and families.”

 

As for the secret in raising healthy dairy cattle and milking technique that enhances the quality of raw milk according to the purchasing standard of Dairy Farming Promotion Organization of Thailand, Khun Petchpana suggested that the most important factor is the loving and care of the raisers themselves. Regarding farm management, she has consistently emphasized on providing her cows with suitable feeds for each age group and physical condition since the body of a milk cow directly relates to the amount of fat stored in its body. Thus, it is significant to acknowledge the physical condition of the dairy cattle whether they are thin or fat, especially at the end of their milking period and dry period to maintain healthy body and normal reproductive system that enables the highest quality milk subsequently.

            Nevertheless, the body of a cow will change according to its productivity and the amount of feed provided during post pregnancy as the milk cow’s weight will drop, making it difficult to yield sufficient milk and its body may somewhat deteriorate which in turn may pose an impact on its breeding afterwards. In terms of daily farm management, Prateung Farm has a total of 10 workers in which the duty has been appropriately allocated, starting from very early in the morning (4.00 a.m.) Four workers start their morning routine in the housing to feed the cows whereas the other six are responsible for milking cow. Khun Petchpana herself will be accountable for checking up the cows’ health and as soon as she notices something wrong, she will immediately resolve such problem like breast infection. Khun Petchpana will prevent such disease in due time while strictly adhering to the standard specified; for example, cleaning the stables, getting rid of cows’ droppings out of the housing and drying them under the sun to subsequently sell it to vendors. In addition, she will use clean water mixed with sterilized solution to cure breast infection.

            After the milking process is complete, Khun Petchpana will let the cows graze for an hour to close their dug and to minimize breast infection. “After the milk cows have given birth to their babies, their body score will drop instantly and this will affect their growth, milking and reproduction process etc. Consequently, cow raisers must pay attention to the raising technique and feeds provided, starting from the early age and must continue at every age group. If you have taken good care of your milk cows, they can provide you will raw milk up to 10-12 years before dismissal. We must treat our daily cattle with great care since they are born and generally, when the cows are 15 months old, they can reproduce and when they are 2 years of age, the milking process can then start. Cow raisers must notice the cows’ growth performance and fertility; for example, after the milk cows have given birth to their first baby, it must be no later than 28 months that we must take good care of these cows or else it will be useless and cow raisers cannot fully benefit from the raising.”, Khun Petchpana added. The most outstanding quality of dairy cattle will be evaluated by its body condition score (BSC) which must not be lower than 3.3.5

 

Emphasis on food quality and housing standard…a key to farming sustainability

In terms of marketing and distribution channel, Prateung Farm currently produces 1,800 kg/day or raw milk and sell to Thai-Denmark Dairy Cattle Cooperatives Lamphaya Klang Company Limited at a price in compliance with the standard certified by the members of the cooperatives. The cooperatives have classified the quality and standard of raw milk in Thailand into different levels in which level 4 means the highest quality milk, with butter fat no less than 3.5 percent and milk protein should not be less than 2.8 percent.

When asking about the obstacles in the management of the dairy farming, Khun Petchpana told us that raising milk cows is somewhat difficult and somewhat easy, it mainly depends on your heart, patience, care and attentiveness of the raisers themselves. Major obstacles include the maintenance factor; for example, how to prevent the cows from being sick. The anser lies in that you must regularly clean and maintain a good air condition of your housing to ensure its cleanliness. The farmers must be open-minded and keep nourishing their cows with finished food, roughages, concentrates and supplementary food to ensure that they are strong, healthy and yield raw milk of highest quality. For current economic situation, it does not have a specific impact on dairy farming. Khun Petchpana continued that every drop of milk produced here will be carefully inspected before market distribution. In addition, our selling price has been verified and guaranteed by the cooperatives. In the future, Khun Petchpana plans to renovate the housing area but she expected that the number of milk cows will remain unchanged. She will emphasize on thorough management while simultaneously maintaining the standard of the farm and raw milk. Lastly, Khun Petchpana had provided some suggestions to the dairy farmers that “Dairy farming is the occupation gracefully granted by His Majest the Late King. It is a sustainable occupation. The most important factor is the attitude of the farmers. Farmers of the new era must open up their heart, try to learn new things and apply dairy farming techniques and the body of knowledge to further their own farm.”

If you prefer to improve raw milk’s quality and elevate the standard of your farm, you may simply begin by choosing appropriate supplementary product and use this together with finished food such as probiotic products. Probiotics are good microorganisms facilitating the digestion and absorbtion system. Dairy cattle can benefit from these probiotics more efficiently. Nonetheless, your should study more information or consult with other experts or experienced people before you decide and choose the product appropriate for each context, area or management style of your farm.

However, supplementary food employed with probiotics may not yield an immediate result, so farmers must be patient as in the long run, it will definitely pay off. Your cows will be healthier and happier, resulting in higher productivity that in return, you will gain more profits in the end. When you are happy, your cows will be happy too.”

 

Sincere gratitude to:

Khun Petchpana Angsakul, the owner of Prateung Farm

Address: 47/1 Moo 1, Lumsongpung subdistrict, Muak Lek district, Saraburi 30130