จากลูกจ้างสู่ เจ้าของฟาร์ม โคนม สมจิตรฟาร์มFrom employee to the owner of “Somjit Dairy Cattle Farm

เมื่อมาถึงยุคสมัยใหม่ การเลี้ยงสัตว์จำเป็นต้องศึกษาและฝึกสังเกตอย่างมากเพื่อนำกลยุทธ์ต่างๆ มาใช้ให้เหมาะสมและต้องพัฒนาหาประสบการณ์ใหม่ไปเรื่อยๆ จึงจะสำเร็จได้ดี แต่ถ้าทำการเลี้ยงเองโดยไม่พัฒนาความรู้ตัวเองให้เข้ากับสถาณการณ์ปัจจุบันอาจส่งผลให้ผลผลิตไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้และไม่คุ้มค่ากับการเลี้ยง เรามีตัวอย่างเกษตรกรรายย่อยคุณอดุลย์ เพ็ชรไทย และคุณสมจิตร เพ็ชรไทยที่ให้เกียรติมาถ่ายทอดประสบการณ์และความรู้ ในการเริ่มต้นการทำอาชีพเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมจนประสบความสำเร็จสามารถสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวอย่างพอเพียง และมีความสุขทุกวัน

       เดิมคุณอดุลย์และคุณสมจิตรเคยทำงานเป็นลูกจ้างในฟาร์มไก่ และฟาร์มสุกรในโคราชมาก่อน ต่อมาในปี 2547 จึงออกมาสร้างครอบครัวด้วยกัน และมองว่าอาชีพเกษตรกรโคนมน่าจะเป็นอาชีพที่ดี สามารถเลี้ยงครอบครัวได้ดีกว่าอาชีพเกษตรกรรมซึ่งราคาน้ำนมก็ดีกว่าราคาพืชไร่ การออกมาทำฟาร์มโคนมเป็นของตัวเองนั้น เงินลงทุนก้อนแรกมาจากเงินเก็บ โดยเริ่มสร้างโรงเรือนเล็กๆ และเลี้ยงโคนมที่จำนวน 2 - 3 ตัว เป็นพันธุ์ขาวดำ จากนั้นก็ได้ซื้อโคนมเพิ่มมาต่อเนื่องจนมี 9 ตัวและได้ทำการผสมพันธุ์เทียมและทำคลอดเอง ดูแลรักษาฉีดยาเองและเมื่อโคถึงวัยก็เริ่มขายไปบ้าง เช่น ขายโคสาวท้อง ตอนนั้นได้ประมาณ 5-6 หมื่นบาทต่อตัว แล้วก็ขายโคคัดทิ้งให้โรงเชือด (โคคัดทิ้งคือ โคที่ผสมติดยากผสมไม่ติด ให้น้ำนมให้ผลผลิตน้อย) ปัจจุบันมีโคนม26 ตัว โดยเป็นโครีดนม 19 ตัว อายุประมาณ 2- 6 ปีลูกโค 7 ตัว อายุ 5-12 เดือน

       การผสมพันธ์จะเริ่มผสมพันธุ์โคได้ตอนโคอายุประมาณ 16-18 เดือน โดยซื้อน้ำเชื้อและจ้างเขามาผสมน้ำเชื้อหลอดละ 100-200 บาท ซื้อของกรมปศุสัตว์ราคาน้ำเชื้อก็ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ของโคด้วย ระยะโคตั้งท้องเหมือนคนคือท้อง 9 เดือน แต่ก็ยังสามารถรีดนมได้อยู่จนถึง 7-8 เดือน จึงพักรีดนมก่อนคลอดประมาณ2-3 เดือน และจะขุนให้โคกินอาหารให้มากให้เกิดความสมบูรณ์ที่สุด (เหมือนคนท้อง) หลังจากโคคลอดลูกแล้วถ้าเป็นโคตัวผู้ก็จะขายไปเป็นโคขุน แต่ถ้าเป็นโคตัวเมียก็จะเลี้ยงไว้เป็นแม่พันธุ์โคนมต่อไป และหลังจากคลอด 45 วันไปแล้วก็สามารถเริ่มผสมพันธุ์ได้อีก
          การสังเกตดูตอนติดสัตว์ของโคจะมีอาการ เช่นมีเมือกไหล อวัยวะบวมเพศแดง ดมและคลอเคลียตัวอื่นขึ้นโครมขึ้นคร่อมตัวอื่น ก็เรียกหมอมาผสม บางรายเกษตรกรส่งนมศูนย์ไหนก็เรียกเจ้าหน้าที่ศูนย์นั้นมารีดให้แล้วลงบิลไว้

       อาหารสำหรับโค เมื่อลูกโคคลอดใหม่จะให้กินนมแม่ หรือที่เรียกกันว่านมน้ำเหลือง เพราะนมน้ำเหลืองจะทำให้ลูกโคมีภูมิต้านทานแข็งแรง เมื่ออายุ 3 เดือน จึงค่อยให้อาหารข้น (อาหารสำเร็จรูป) และให้อาหารสับ เมื่อโคกินเสร็จ ก็จะให้กินฟางต่อด้วย

       การป้องกันโรคที่เกิดขึ้นในโคในระหว่างเลี้ยง ก็คือโรคปากเท้าเปื่อย ซึ่งจะทำวัคซีนป้องกัน ปีละ 3-4 ครั้งเริ่มฉีดที่วัว 4 เดือน แล้วก็ทíำตามรอบ 3-4 เดือน แต่ปีหนึ่งอย่าต่ำกว่า 3 ครั้ง และก็โรคเจ็บป่วย โรคไข้เห็บถ้าโดนกัดแล้วแพ้จะมีอาการไข้สูง ซึ่งอาจตายได้ถ้ารักษาไม่ทัน ก็จำเป็นจะต้องรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ โรคไข้เห็บนี้ถ้าเป็นแล้วสีโคจะซีด ไม่กินอาหาร น้ำนมไม่มี ต้องทำกาiขายทิ้งอย่างเดียว

       การให้อาหารเสริม เมื่อปีที่แล้วมีโรคระบาด โคป่วยผอมซีด ขนฟู ทางบริษัท สยาม อะกริ ซัพพลาย จำกัดเข้ามาแนะนำผลิตภัณฑ์ว่าเป็นสารผสมล่วงหน้า (พรีมิกซ์)ที่ดีช่วยให้กระตุ้นการกินได้ดี จึงตัดสินใจทดลองใช้ “ไบโอติกแมกซ์ 1” โดยโรยบนอาหารปริมาณ 1 ช้อนโต๊ะ ต่อตัวต่อวันหรือให้เพียงครึ่งช้อนโต๊ะต่อหนึ่งมื้ออาหารผลที่ได้รับคือโคเริ่มกินอาหารได้ สุขภาพดีขึ้นมีขนเป็นมันเงา กลิ่นมูลลดลง และเมื่อใช้ต่อเนื่องมาระยะหนึ่ง จึงเริ่มลดการใช้ยาปฏิชีวนะไป โคก็ยังแข็งแรง ไม่ป่วยอีกเลย นอกจากนี้น้ำนมที่นำไปขายยังมีค่าโปรตีน ไขมันที่ดีอีกด้วย ทำให้ได้ราคาขายน้ำนมดิบได้บวกเพิ่มขึ้นตลอด ตอนนึ้จึงให้กินอาหารเสริมอย่างต่อเนื่องเป็นประจำ และไม่ได้ใช้ยาปฏิชีวนะอีกเลย

       ท้ายนี้คุณอดุลย์และคุณสมจิตร บอกว่ามีความสุขกับอาชีพนี้และภูมิใจที่เลี้ยงครอบครัวแบบพอมีพอกินส่งลูกเรียนจบปริญญาได้ และได้ฝากข้อคิดไว้ให้เกษตรกรรุ่นใหม่ๆ ไว้ว่า อาชีพเกษตรกรโคนมนี้เป็นอาชีพที่มั่นคงผู้เลี้ยงต้องมีความอดทนและมีความรักในอาชีพนี้ด้วย

       ทำงบริษัท สยำม อะกริ ซัพพลาย จำกัด สามารถให้คำแนะนำเกี่ยวกับการใช้วัตถุดิบอาหารสัตว์ที่เหมาะสมสำหรับในสูตรอาหารโคเนื้อและโคนมได้ นอกจากนี้ยังมีสารเสริมที่สามารถช่วยกระตุ้นการกินของโคได้เป็นอย่างดี

 

In this modern era, animal husbandry requires a thorough study and careful observation to appropriately employ different strategies while simultaneously improving on new experiences which will ultimately bring about sustainable success. However, if we raise the animals without developing our own knowledge to cope with constantly changing condition, we may encounter some negative outcomes such as low productivity. We would like to introduce you to two farmers, Khun Adul and Khun Somjit Petchthai who provided us with their own experience and know how in establishing dairy cattle business until they have been successful and the incomes from the farm also support all family members who live their lives by adhering to the principle of sufficiency economy.

            Formerly, Khun Adul and Khun Somjit used to work in the chicken farm and the swine farm in Korat. In 2004, they started their family and considered that dairy cattle farming was a promising career that would ensure their family’s well-being, compared to being just a farmer since the price of raw milk seemed more promising than that of crops. Their first investment money derived from their own savings in which they began by building a small housing with only 2-3 black and white cattle. Afterwards, the family bought 9 more dairy cattle and had successfully done artificial insemination, supervised the cows’ delivery process and gave them vaccination, all by themselves. When cows are old enough, they sold them to other farmers; for example, they sold young pregnant cow at a rate of 50,000-60,000 baht each and sold culled dairy cattle to the slaughterhouse (culled dairy cattle refer to cows that are difficult or unable to reproduce and yield low productivity) At present, the farm owns 26 dairy cattle in total, among which 19 cows are milk cows at the age of 2-6 years and 7 baby cows at the age of 5-12 months.

       

Cow breeding will begin when the cow is 16-18 months by buying cow’s semen and hire someone else to handle the breeding process. The cow’s semen has been sold at 100-200 baht per tube and if the semen has been bought from the Department of Animal Husbandry, the price will depend on the cow’s breed. The pregnancy duration of cows is normally 9 months, similar to that of human beings; however, these pregnant cows can yield raw milk until 7-8 months of their pregnancy and then they will rest for 2-3 months before their delivery. These cows will be fattened as much as possible to ensure its ultimate growth and strength (just like pregnant mothers) After they give birth, male cows will be sold as fattened cows while female ones will be raised to become milk cows later on. After 45 days of their delivery, these cows can start their breeding again.

            The symptoms that can be easily recognized when these cows are in rut will be as follows: flowing mucus, swollen genital and some will sniff while others will get on top of their female counterparts. Then, we will call the veterinary to help with the breeding process and in some instances, we let the representatives of the farm buying raw milk from us to do this job by themselves and then leave us with a receipt at the final stage.

            As for the cows’ feeds, for newborns, they will be fed with breastmilk or colostrum to boost their immunity. When they are 3 months old, they will be provided with concentrated feeds (ready-to-eat feeds) and chopped feeds. After these feeds have been given, the cows will be fed with straw as well.

            The disease that needs to prevent during this stage is foot and mouth disease in which the cows will be given vaccination 3-4 times a year. The first vaccination will be given when they are 4 months old and then repeat it every 3-4 month, with the minimum of 3 times each year. Besides, the cows must be protected from getting tick fever since they may get sick and die with high fever. Therefore, antibiotics must be given to these cows. If they are infected with tick fever, their skin color will turn pale while they stop eating and cannot produce any raw milk; thus, there will be no alternative left but only to sell these sick cows.

       

Food supplement: Last year, our cows were infected with a severe plague. They were thin and their hair was fluffy. Siam Agri Supply Company Limited had given us suggestions to try their premix product or Biotic Max 1 by adding 1 tablespoon of this premix in each cow’s feed per day or ½ tablespoon as deemed appropriate. The result had shown that these cows were able to eat again, their health was improved while the hair were shiny and their droppings were less stinky. After Biotic Max 1 had been used for some time, antibiotics can be reduced. Our cows become stronger and healthy while their raw milk contain a higher level of protein and fat, resulting in higher selling price. Therefore, we have given the cows Biotic Max 1 on a regular basis and no longer use any antibiotics.

            Finally, Khun Adul and Khun Somjit said that they feel contented and proud that they are self-sufficient and can raise their children and give them proper education. They have given their suggestion to new generation farmers that dairy cattle farming is a stable career. Dairy cattle farmers must be patient and have a true passion in this promising career.

            Siam Agri Supply Company Limited can provide recommendations in selecting appropriate raw materials that are consistent with the feeds’ recipe formulated for cows and dairy cattle. Besides, the Company also provide supplementary substances that help stimulate the cows’ consumption behavior.