การตกหลุมรักของคน นกยูง และจุลินทรีย์ที่มีอิทธิพลต่อการเลือกคู่

author : วิลสัน วันเดอร์แลนด์

READ

Date : 29 Jan 2021

        อาจพูดได้ว่าเราไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวบนโลกใบนี้ เพราะคุณ Nicole King นักชีววิทยาด้านวิวัฒนาการได้เคยแลกเปลี่ยนแนวคิดที่น่าสนใจว่าร่างกายของเราคือระบบนิเวศซึ่งประกอบด้วยสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กอย่างจุลินทรีย์อาศัยอยู่ จุลินทรีย์เหล่านี้มีอิทธิผลต่อเราทั้งภายนอกและภายในร่างกาย

        ความรักคืออะไร ยังคงเป็นปริศนาในใจสำหรับใครหลายคน ทำไมเราจึงตกลงปลงใจและเลือกรัก “เขา” หรือ “เธอ” แทนที่จะเป็นคนอื่นอีกหลายร้อยหลายล้านคนบนโลก นักวิทยาศาสตร์เองก็ยังคงตามหาคำตอบเกี่ยวกับความโรแมนติกนี้เช่นกัน ที่พอจะทำความเข้าใจได้บ้างเกี่ยวกับกฎพื้นฐานด้านวิวัฒนาการทางชีววิทยาคือ มนุษย์เรามักจะมีสัญชาตญาณว่าควรสนใจคู่ครองที่สามารถเป็นพ่อแม่ที่ดีและให้กำเนิดทายาทที่มีคุณภาพ เรียกว่าเป็นพื้นฐานแนวคิดง่ายๆ เพราะหากเราเลือกคู่ที่ไม่แข็งแรงหรือไม่พร้อมเป็นพ่อแม่ ก็มักจะให้กำเนิดลูกได้น้อยหรือมีอัตราการรอดชีวิตต่ำ และนั่นอาจทำให้มนุษย์เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ อาจฟังดูสมเหตุสมผลตามที่ควรจะเป็น แต่เรากลับพบความเป็นจริงที่ขัดแย้งกันคือ ดูเหมือนว่าการดึงดูดของคู่รักในชีวิตจริงมักจะไม่สอดคล้องกับแนวโน้มการเป็นพ่อแม่ที่ดี ตามกฎพื้นฐานด้านวิวัฒนาการทางชีววิทยา

 

” แต่เรากลับพบความเป็นจริงที่ขัดแย้งกันคือ ดูเหมือนว่าการดึงดูดของคู่รักในชีวิตจริงมักจะไม่สอดคล้องกับแนวโน้มการเป็นพ่อแม่ที่ดี “

 

        ใบหน้าของผู้ชายถูกทำให้เด่นชัดขึ้นด้วยฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน (Testosterone) หรือภาษาปากคือ ฮอร์โมนเพศชาย เป็นฮอร์โมนที่กระตุ้นให้ผู้ชายมีลักษณะความเป็นชาย เช่น มีคางกว้าง ดวงตาลึก สันกรามคม มีขนตามร่างกาย โดยทั่วไปแล้ว ยิ่งผู้ชายมีฮอร์โมนเพศชายมากก็ยิ่งมีแนวโน้มที่จะดึงดูดผู้หญิงมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็มีแนวโน้มที่จะเป็นพ่อแม่ที่ไม่ดีเมื่อเทียบกับผู้ชายที่มีฮอร์โมนเพศชายต่ำ อาจดูเหมือนเหมารวมสักหน่อย เพราะมีงานวิจัยที่บอกว่าผู้ชายที่มีฮอร์โมนเพศชายสูงมักจะมีพฤติกรรมต่อต้านสังคมและมีโอกาสแต่งงานน้อย ซึ่งก็ไม่ได้หมายความว่าผู้ชายที่มีฮอร์โมนเพศชายสูงจะมีพฤติกรรมแบบนี้ทุกคน

       เมื่อพูดถึงลักษณะความเป็นชาย เราเทียบคางที่กว้างของผู้ชายว่าคล้ายกับหางของนกยูงตัวผู้ ซึ่งนกยูงตัวผู้ที่มีหางเด่น จะกลายเป็นอุปสรรคต่อการอยู่รอด ถ้านึกตามแนวคิดพื้นฐาน นกยูงตัวเมียควรจะหาคู่เป็นนกยูงตัวผู้ที่มีหางเรียบๆ ไม่โดดเด่นฉูดฉาด เพื่อดำรงเผ่าพันธุ์ของตัวเอง แต่การศึกษาจำนวนมากกลับแสดงให้เห็นว่า แม้หางอันงดงามของนกยูงตัวผู้จะเป็นอุปสรรคต่อการอยู่รอด แต่นกยูงตัวเมียก็ยังคงพบว่ามันน่าดึงดูด เช่นเดียวกับที่ผู้หญิงชอบผู้ชายที่มีฮอร์โมนเพศชายเด่นนั่นเอง

        ความน่าสนใจคือ การที่นกยูงตัวผู้มีหางยาวสวยก็เหมือนกับเป็นการโฆษณาประกาศศักดาให้ตัวเมียรู้ถึงความแข็งแกร่ง เพราะนกยูงที่มีหางยาวกว่ามักจะมีระบบภูมิคุ้มกันดีกว่านกยูงหางสั้น นกยูงตัวเมียที่ผสมพันธุ์กับนกยูงตัวผู้หางยาวมักจะได้ลูกตัวใหญ่ ถึงแม้หางเด่นๆ นั้นจะทำให้นักล่ามองเห็นได้ง่ายและเสี่ยงชีวิตมากกว่า แต่นกยูงตัวเมียก็ยังคงรู้สึกว่าตัวผู้ที่มีหางยาวสวยน่าดึงดูดกว่า ลักษณะภายนอกของผู้ชายที่บ่งบอกว่ามีฮอร์โมนเพศชายสูงก็ทำหน้าที่คล้ายกันกับหางอันสวยหรูของนกยูงตัวผู้คือเป็นการโฆษณาว่าตัวเองมีภูมิคุ้มกันที่แข็งแกร่งกว่า เมื่อผู้หญิงรู้สึกว่าใบหน้าผู้ชายที่โดดเด่นน่าดึงดูดมากกว่า อาจเป็นไปได้ว่ามาจากเหตุผลแบบเดียวกันกับนกยูงตัวเมีย

 

” การศึกษาจำนวนมากแสดงให้เห็นว่า แม้หางอันงดงามของนกยูงตัวผู้จะเป็นอุปสรรคต่อการอยู่รอด แต่นกยูงตัวเมียก็ยังคงพบว่ามันน่าดึงดูด เช่นเดียวกับที่ผู้หญิงชอบผู้ชายที่มีฮอร์โมนเพศชายเด่น “

 

        ในการศึกษาความแตกต่างของ 29 วัฒนธรรม นักจิตวิทยาพบว่ากลุ่มคนในสถานที่ที่ให้ความสำคัญกับกายภาพของคู่ครองมักจะอาศัยอยู่ในสถานที่ที่มีเชื้อจุลินทรีย์ก่อโรคสูง ยังมีการศึกษาพบว่าผู้หญิงที่ตระหนักเรื่องโรคติดต่อมักจะชอบผู้ชายที่ดูมีกล้ามเนื้อมีลักษณะเพศชายสูงกว่า ไม่ใช่แค่การเดาสุ่มๆ เพราะมีหลักฐานการทดลองที่สนับสนุนความเชื่อมโยงระหว่างแนวคิดความดึงดูดของผู้ชายกับโรคระบาดด้วย โดยการทดลองนี้ได้ให้อาสาสมัครผู้หญิงส่วนหนึ่งถูกกระตุ้นให้รับรู้ถึงเชื้อโรคด้วยวีการต่างๆ เช่น ให้ดูผ้าขาวเปื้อนเลือด หลังจากนั้นให้อาสาสมัครผู้หญิงทั้งหมดเลือกใบหน้าผู้ชาย ปรากฏว่าอาสาสมัครผู้หญิงที่ได้รับการกระตุ้นให้รับรู้ถึงเชื้อโรคจะเลือกผู้ชายที่มีลักษณะความเป็นชายมากกว่าอาสาสมัครที่ไม่ได้รับการกระตุ้น

        และยังมีงานวิจัยหลากหลายที่บอกว่าคนเราสามารถรับรู้การตอบสนองภูมิคุ้มกันของยีนได้เหมือนกับการรับรู้กลิ่น โดยที่จุลินทรีย์ในร่างกายทำให้เรามีกลิ่นตัวไม่เหมือนกัน อีกหนึ่งการทดลองที่น่าสนใจคือ ให้อาสาสมัครใส่เสื้อผ้าฝ้ายติดต่อกัน 2 คืนโดยห้ามใช้สบู่หรือฉีดน้ำหอม หลังจากนั้นถอดมาใส่ขวดที่ไม่มีป้ายชื้อ แล้วจึงให้แต่ละคนเลือกกลิ่นที่ชอบ ผลปรากฏว่าอาสาสมัครมักจะชอบเสื้อผ้าฝ้ายของคนที่มียีนตอบสนองภูมิคุ้มกันต่างกับของตัวเองที่สุด ความเป็นไปได้คือในอดีตเราเผชิญหน้ากับโรคระบาดจนมาถึงปัจจุบัน พัฒนาการทำให้เราสามารถสูดดมรับรู้กลิ่นที่แตกต่างได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราเลือกคู่ครองจากกลิ่นตัวเพียงอย่างเดียว

 

” มีงานวิจัยหลากหลายที่บอกว่าคนเราสามารถรับรู้การตอบสนองภูมิคุ้มกันของยีนได้เหมือนกับการรับรู้กลิ่น โดยที่จุลินทรีย์ในร่างกายทำให้เรามีกลิ่นตัวไม่เหมือนกัน “

 

        หากพูดถึงระบบนิเวศ เราจะนึกถึงระบบนิเวศป่าไม้เป็นอันดับต้นๆ ซึ่งประกอบไปด้วยต้นไม้ใบหญ้าและสิ่งมีชีวิตที่หลากหลาย ร่างกายของเราเองก็เป็นระบบนิเวศหนึ่งเช่นกัน ในร่างกายของเราประกอบไปด้วยสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าจุลินทรีย์ เป็นสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่ทรงพลังไม่แพ้ใคร เป็นผู้ควบคุมร่างกายที่เรามองไม่เห็นด้วยตาเปล่า จุลินทรีย์บางชนิดมีส่วนในการพัฒนาสมองและภูมิคุ้มกัน จุลินทรีย์ที่อาศัยอยู่ในลำไส้ของเรามีอิทธิพลต่อความเสี่ยงของการเกิดโรคอ้วน หรือแม้กระทั่งภาวะซึมเศร้า และอาจมีบทบาทในการควบคุมพฤติกรรมของเราด้วย มีการทดลองนำจุลินทรีย์ของหนูตัวหนึ่งไปใส่ในหนูอีกตัว ทำให้ได้ผลที่น่าทึ่งคือหนูตัวที่ได้รับจุลินทรีย์จากเพื่อนหนูตัวแรกมีพฤติกรรมเลียนแบบหนูเจ้าของจุลินทรีย์ด้วย

        ถ้าถามว่าเราชอบใครคนหนึ่งเพราะอะไร ทำไมเราจึงตกลงปลงใจและเลือกรัก “เขา” หรือ “เธอ” แทนที่จะเป็นคนอื่นอีกหลายร้อยหลายล้านคนบนโลก นักวิทยาศาสตร์ส่วนหนึ่งอาจให้คำตอบว่าชอบเพราะจุลินทรีย์ในร่างกายก็ได้ ใครจะไปรู้

 

อ้างอิง

https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/21123269/
https://ideas.ted.com/how-your-microbes-influence-your-love-life/

SAS Food Supplement.

bioshot
blissly bioshot
biocap7
blissly biocap 7