Top 5 least popular but good topic of 2020

        ยอมรับว่าเราลังเลงนิดๆ ในตอนแรก เพราะบทความที่กำลังรวบรวมอยู่นี้คือบทความที่คนกดข้ามมากที่สุดในปี 2020 แต่ความลังเลของเราถูกแทนที่ด้วยความเชื่อก้อนใหญ่ที่อยากจะนำเรื่องราวประโยชน์เยอะทั้งกับคน สัตว์เลี้ยง สิ่งแวดล้อมมาพูดคุยและแบ่งปัน คงน่าเสียดายถ้าบทความเหล่านี้ถูกเลื่อนผ่านไปจริงๆ ถึงแม้คนอ่านน้อยแต่เชื่อเถอะว่า ทุกเรื่องราวรอให้ทุกคนเข้ามาแลกเปลี่ยนความรู้อยู่ในมุมเล็กๆ และเราขอยืนยันว่าดีไม่แพ้บทความอื่นเลย

กลิ่นที่หายไป เรื่องของไวรัสและจุลินทรีย์ในจมูก

            เพราะฉันดมกลิ่น ฉันจึงมีอยู่… สัญญาณอย่างหนึ่งของผู้ป่วยโควิดคือจมูกไม่ได้กลิ่น เพราะเชื้อไวรัสมักทำให้สูญเสียการรับรู้กลิ่นกะทันหัน เหมือนตอนเป็นหวัดนั่นเอง โดยผู้ป่วยที่หายจาก COVID-19 มักใช้เวลาประมาณ 4 สัปดาห์จึงกลับมาได้กลิ่นอีกครั้ง การดมกลิ่นสำคัญไม่แพ้ประสาทสัมผัสอื่นๆ ช่วยให้เรามีความสุขกับการใช้ชีวิต ป้องกันอันตรายจากสิ่งรอบตัว เช่น กลิ่นแก๊สรั่วหรืออาหารบูด บทความไร้กลิ่นเรื่องนี้จะมาแลกเปลี่ยนความรู้ว่าไวรัส กลิ่น และจุลินทรีย์ในจมูกเกี่ยวข้องกันอย่างไร

 

ยีสต์ โปรไบโอติกส์ และsourdough ที่มาพร้อมการเติบโตของตลาดคนรักสุขภาพ

       ความนิยมยีสต์เพิ่มขึ้น อาหารที่ทำจากยีสต์จึงได้รับความนิยมเพิ่มตามไปด้วย ขนมปัง sourdough เรียกแบบบ้านๆ ว่าขนมปังเปรี้ยวก็เป็นหนึ่งในเมนูฮิตช่วงหลังมานี้ การหมักขนมปังด้วยยีสต์ที่เลี้ยงเอง จุลินทรีย์ที่มาจากธรรมชาติ จึงทำให้ย่อยง่ายและมีรสชาติเฉพาะตัว เป็นรูปแบบดั้งเดิมของการหมักขนมปัง เชื่อกันว่ามีต้นกำเนิดอยู่ในอียิปต์โบราณประมาณ 1,500 ปีก่อนคริสตกาลเลยทีเดียว

       นักวิจัยยังเชื่อว่าการหมักขนมปังเปรี้ยวทำให้ได้โปรไบโอติกส์ที่ช่วยดูแลสุขภาพของเราด้วยการเพิ่มจุลินทรีย์ที่ดีในลำไส้ และอาจเพราะประโยชน์ต่อสุขภาพไม่ว่าจะเป็นเพิ่มโปรตีนในอาหารหรือใช้บำรุงผิว เสริมระบบภูมิคุ้มกัน ป้องกันและลดคอเลสเตอรอล ทำหน้าที่เป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระ จึงทำให้ความนิยมของยีสต์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

อยู่บ้านยาวๆ มาจัดบ้านเปลี่ยนชีวิต จุดประกายความสุขกัน

       รื้อของออกมาให้หมด! SAS อาสาพามาดูหลักการจัดบ้านอันโด่งดังของ Marie Kondo ผู้หญิงที่ได้รับยกย่องจากนิตยสาร Time ว่าเป็น 1 ใน 100 คนผู้ทรงอิทธิพลมากที่สุดของโลก และเป็นผู้ที่นำการจัดบ้านมาผนวกเข้ากับการใช้ชีวิตตามหลักการต่างๆ อย่างน่าทึ่ง

 

การสู้รบของจุลินทรีย์และไวรัส ความหวังจากสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก

        ความผิดปกติที่ระบบทางเดินอาหารและปอด พบบ่อยแถมยังเป็นหนึ่งอาการรุนแรงที่สุดในผู้ป่วยโควิด แม้ว่าจะดูไม่เกี่ยวข้องกัน แต่จุลินทรีย์ในปอดและจุลินทรีย์ในลำไส้กลับเชื่อมโยงกันอยู่ ถ้าจุลินทรีย์ในลำไส้ดี จุลินทรีย์ในปอดก็จะดีตามไปด้วย ลำไส้แข็งแรง ปอดก็แข็งแรง

        เรายังไปเจอผลวิจัยที่บอกว่าโปรไบโอติกส์สายพันธุ์ Bifidobacterium และ Lactobacillus ซึ่งมักพบในทางเดินอาหารและ ช่วยลดการติดเชื้อระบบทางเดินหายใจในเด็กและคนวัยหนุ่มสาวได้ ยังมีแนวโน้มว่าจะมีการใช้โปรไบโอติกส์เพื่อปรับจุลินทรีย์ในลำไส้ซึ่งอาจกลายมาเป็นส่วนหนึ่งในการบำบัดอาการติดเชื้อจากไวรัสอีกด้วย

เรื่องเล่าของอาการเมาค้างและจุลินทรีย์ดีในร่างกาย

         ในอดีตนักดื่มโรมันรับประทานไข่นกฮูกดิบแก้แฮงค์ สูตรนักรบมองโกลเป็นลูกตาแกะดองได้ที่ แพทย์ยุคกลางแนะนำปลาไหลดิบและอัลมอนด์ – สูตรใครสูตรมัน

ปัจจุบันเทคโนโลยีชีวภาพพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จึงมีนักวิจัยนำจุลินทรีย์ดีโปรไบโอติกส์มาช่วยบรรเทาอาการเมาค้าง สาเหตุของอาการเมาค้างที่เรารู้ส่วนหนึ่งเพราะพิษสะสมจากการย่อยแอลกอฮอล์

       หนึ่งในสารพิษที่ตกค้างอยู่ เกี่ยวข้องกับอาการปวดหัวคลื่นไส้และหัวใจสั่นคือ acetaldehyde ซึ่งจุลินทรีย์ดีโปรไบโอติกส์สามารถสลาย acetaldehyde ได้ ถือเป็นเป็นข่าวดีของนักดื่มหลายคนโดยเฉพาะช่วงเทศกาลสิ้นปีที่มีแต่ปาร์ตี้แบบนี้ แต่ถึงจะมีตัวช่วยแก้แฮงค์อย่างไรเราก็ขอเป็นเสียงเตือนเล็กๆ ให้ดื่มแต่พอดี ดื่มไม่ขับ เพื่อความปลอดภัยและสุขภาพที่แข็งแรง

SAS Food Supplement.

bioshot
blissly bioshot
biocap7
blissly biocap 7

Top 5 most popular topic of 2020

        เราได้รวบรวมบทความที่ชาว SAS กดเข้าไปอ่านมากที่สุด และพบว่าความสนใจกระจายตัวไปตามหมวดต่างๆ อย่างพอดิบพอดี ทั้งการดูแลสุขภาพการกินของตัวเองและคนรอบข้าง สุขภาพของน้องหมาน้องแมว ไปจนถึงสุขภาพของโลกที่เราอาศัยอยู่

        ปีนี้อาจเป็นปีที่แย่สำหรับใครหลายคน เราเองก็เช่นกัน แต่เราก็หายเหนื่อยที่ได้รู้ว่ายังเป็นมุมหย่อนใจเล็กๆ ให้ชาว SAS ผ่อนคลายด้วยบทความอ่านเพลินหลากหลายเรื่องราว

        ชวนให้ลองย้อนดูว่าเพราะอะไรผู้คนจึงสนใจอ่านบทความเหล่านี้ในตลอดปีที่ผ่านมา

        อาหารออร์แกนิคในฟินแลนด์กับแนวคิดของ SAS ที่อยากให้คนกินมีความสุข
        เขียนโดย วิลสัน วันเดอร์แลนด์

        พามุ่งหน้าเข้าฟาร์ม ส่องอาหารของผู้คนที่ขึ้นชื่อว่ามีความสุขที่สุดในโลก

        ฟินแลนด์ ถูกเรียกว่าเป็นดินแดนแห่งความสุข เพราะอะไรชาวฟินแลนด์จึงมีความสุข อาจเป็นเพราะทะเลสาบและอากาศที่แสนสะอาดหรืออาหารที่มั่นใจว่าไร้สารเคมี สามารถกินผลไม้ได้แบบไม่ต้องปอกเปลือก

        อาหารออร์แกนิคเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการดำรงชีวิตของผู้คนในดินแดนสีขาวแห่งนี้ มีประชากรที่สนใจบริโภคอาหารออร์แกนิค 84% ของประชากรทั้งหมด เป็นประเทศแรกๆ ที่ไม่ใช้ยาปฏิชีวนะในการเลี้ยงไก่ฟาร์มออร์แกนิคที่นี่จะถูกตรวจทุกปี เกษตรกรได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลอย่างเต็มที่ เพื่อให้ได้อาหารที่มีคุณภาพ ชวนมารู้จักกับประเทศที่อาหารปลอดภัยเป็นอันดับต้นๆ ของโลก และแนวคิดที่น่าสนใจของชาวฟินแลนด์

        10 อาหารคนกินได้แต่เจ้าตูบกินไม่ได้
        เขียนโดย Taiwaii

       รายชื่ออาหารของคนที่น้องหมาห้ามแตะต้องรวมไว้เป็นลิสต์สำหรับมะนุดทาสทั้งหลาย เพราะถึงแม้ว่าคนและน้องหมาเป็นสิ่งมีชีวิตเหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะรับประทานอาหารชนิดเดียวกันได้ เนื่องจากกระเพาะของน้องหมาไม่สามารถย่อยอาหารได้เท่ากับคน จึงมีอาหารบางชนิดที่คนรับประทานได้แต่กลับกลายเป็นพิษสำหรับเจ้าตูบ

        ก่อนน้องหมาจะได้รับอันตรายเพราะมื้ออร่อยที่เราให้เค้า มาดูลิสต์ของกินต้องห้ามรวบรวมโดยคุณหมอ Taiwaii สัตวแพทย์ที่พูดภาษาหมาเก่งกว่าภาษาคนกันเถอะ

        what is probiotic?
        เขียนโดย SAS ทีม

      โปรไบโอติกส์คืออะไร คำถามยอดฮิตในช่วงกลางปีของเรา จึงกลายมาเป็นแฮชแท็ก #DailyProbiotic เรียนรู้เรื่องราวของจุลินทรีย์ดีโปรไบโอติกส์แบบแน่นๆ วันละนิดและเข้าใจง่าย เหมือนกับจุลินทรีย์ดีโปรไบโอติกส์ที่ต้องรับประทานอย่างสม่ำเสมอทุกวัน เพื่อให้จุลินทรีย์ตัวจิ๋วเข้าไปช่วยดูแลระบบต่างๆ ในร่างกายตั้งแต่ระบบย่อยอาหารไปจนถึงเสริมระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแกร่ง

        ความสำคัญของมื้อเช้าและเมนูทำง่ายในช่วงกักตัว
        เขียนโดย Mathilda

        เมื่อโควิดปลุกความเป็นเชฟในตัวคุณ

        บทความน่าอร่อยที่มาในจังหวะเดียวกับแฮชแท็กชวนหิวอย่าง #เมนูกักตัวChallenge มีงานวิจัยในวารสารโภชนาการทางการแพทย์แห่งประเทศสหรัฐอเมริกา (American Journal of Clinical Nutrition) บอกเราว่าการกินอาหารเช้าในปริมาณที่เหมาะสมและได้สารอาหารครบตามที่ร่างกายต้องการ จะทำให้ควบคุมความหิวได้ดีกว่าและเลือกกินอาหารที่ดีต่อร่างกายได้มากกว่า ไม่ใช่แค่ประโยชน์ต่อสุขภาพกายเท่านั้น ยังส่งผลไปถึงสุขภาพจิตใจ จากการศึกษาของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดพบว่าการดื่มกาแฟช่วยลดความเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายและต้านอาการซึมเศร้าได้ ชวนมาเข้าครัวเตรียมมื้อเช้าสวยๆ รับปี 2021 ท้องอิ่มแล้ว ศึกหนักแค่ไหนก็ไม่กลัว

       ไฟป่าที่มองไม่เห็นในเมืองที่ถูกถาโถมด้วยเชื้อไวรัส
       เขียนโดย ภานุชิตชัย พล

       ไฟป่าไม่ได้ทำลายแค่เพียงต้นไม้ แทบทุกปีที่โลกเราสูญเสียทรัพยากรธรรมชาติจากไฟป่า แม้หลายคนไม่ได้เผชิญหน้ากับไฟป่าโดยตรง แต่ผลจากการที่ป่าถูกทำลายก็ส่งกระทบมาถึงเราเช่นกัน เมื่อสัตว์กินพืชไม่ได้รับอาหารจึงไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ สัตว์ใหญ่ก็ไม่สามารถหาอาหารได้เช่นกัน ทำให้ระบบนิเวศน์ไม่สมดุล ไม่เพียงแต่สัตว์ที่เรามองเห็นด้วยตาว่าถูกไฟคลอกจนพากันล้มตายเท่านั้น ยังมีสิ่งมีชีวิตที่เรามองไม่เห็น ทำหน้าที่คอยรักษาสมดุลของสภาพแวดล้อมในป่าไม้ เช่น จุลินทรีย์ในดิน สิ่งมีชีวิตเหล่านี้ก็ถูกทำลายลงเช่นกัน

SAS Food Supplement.

bioshot
blissly bioshot
biocap7
blissly biocap 7

plant based meat เนื้อจากพืชที่ว่าดี ดีจริงไหม

        ยังคงเป็นคำถามของหลายๆ คนว่าที่จริงแล้วเนื้อสัตว์แบบเก็ทสึโนว่า เนื้อที่ไม่ใช่เนื้ออย่าง plant based meat หรือเนื้อที่ทำมาจากพืชดีจริงหรือไม่ แล้วดีกับใครกันแน่

        เราขอแยกออกเป็น 2 ด้านคือประโยชน์ต่อสุขภาพและประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อม ถ้าพูดถึงสุขภาพ แน่นอนว่าเมื่อรับประทานเนื้อสัตว์ที่ทำจากพืชเราจะได้รับโปรตีนสูง เพราะส่วนใหญ่ใช้ถั่วในการผลิต รวมถึงได้รับวิตามินและแร่ธาตุเต็มๆ เพราะว่าเนื้อจากพืชหลายแบรนด์มักจะเติมวิตามินลงไปด้วย เช่น วิตามินบี 12 เพื่อเพิ่มสารอาหารที่ร่างกายต้องการ ลดโอกาสป่วยจากเชื้อโรคในสัตว์

        ในขณะเดียวกันเราก็ต้องพูดถึงความจริงที่ว่าเนื้อสัตว์จากพืชหรือ plant based meat เหล่านี้ผ่านกระบวนการแปรรูปมาอย่างหลายขั้นตอน มีไขมันอิ่มตัวสูง และอาจพ่วงด้วยโซเดียมที่มาพร้อมการปรุงรสเพื่อให้เหมือนรับประทานเนื้อสัตว์มากที่สุด

        เราอาจยังไม่สามารถฟันธงได้ว่าเนื้อสัตว์จากพืชส่งผลดีหรือเสียต่อสุขภาพ แต่พูดได้ว่าเนื้อสัตว์จากพืชเป็นมิตรกับโลกของเรา เพราะการผลิตเนื้อแดงที่เป็นเนื้อจริงๆ ส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมาก และยังเพิ่มความรุนแรงของภาวะโลกร้อน อีกทั้งเนื้อสัตว์ในอุตสาหกรรมส่วนใหญ่ยังมีแนวโน้มปนเปื้อนแบคทีเรียและยาปฏิชีวนะที่ทำให้จุลินทรีย์ดีในลำไส้ของเราลดลง ส่งผลไปถึงระบบขับถ่ายและภูมิคุ้มกันในร่างกาย ซึ่งการใช้ยาปฏิชีวนะถูกจัดให้เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสุขภาพของโลกเลยทีเดียว

        การลิ้มรสอาหารอร่อยก็ถือเป็นความสุขอย่างหนึ่ง ไม่ว่าจะเลือกกินเนื้อจริงๆ หรือเนื้อจากพืช เราเชื่อว่าหากเลือกรับประทานอาหารอย่างสมดุลทั้งผักและเนื้อสัตว์ เสริมสารอาหารที่จำเป็นและจุลินทรีย์ดีโปรไบโอติกส์ที่ช่วยปรับสมดุลในลำไส้ ก็มีความสุขกับมื้ออาหารพร้อมสุขภาพแข็งแรงได้อย่างแน่นอน

 

อ้างอิง

https://www.nbcnews.com/news/us-news/fake-meat-better-you-or-environment-n1065231#anchor-Isithealthierthanactualmea

thttps://www.onegreenplanet.org/natural-health/are-plant-based-meat-alternatives-healthy/

SAS Food Supplement.

bioshot
blissly bioshot
biocap7
blissly biocap 7

โปรไบโอติกส์ จุลินทรีย์ดีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพวัคซีน

        เรื่องของวัคซีนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในบทสนทนาของเราตั้งแต่โควิดกลับมาระบาดอีกครั้ง

       วัคซีนคือสารที่ทำให้ร่างกายสร้างสร้างภูมิคุ้มกันจากโรคต่างๆ ภาษาละตินเรียก vacca แปลว่า วัว เพราะวัคซีนชนิดแรกบนโลกผลิตมาจากเชื้อโรคฝีดาษวัวนั่นเอง

        โดยปกติแล้วคนเราจะได้รับวัคซีนจากการฉีดและทางปาก มีงานวิจัยตีพิมพ์ 26 เรื่องทดสอบประสิทธิภาพของการรับประทานโปรไบโอติกส์คู่กับวัคซีน โดยใช้โปรไบโอติกส์ 40 สายพันธุ์ร่วมกับวัคซีน 17 ชนิด ผลที่ได้คือวัคซีนแบบที่รับเข้าร่างกายทางปากและวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ที่ฉีดทางหลอดเลือดทำงานได้ดีขึ้น

       โปรไบโอติกส์ในอาหารหมักดองมีส่วนช่วยเรื่องการย่อยและภูมิคุ้มกัน กว่า 70 เปอร์เซ็นต์ของเซลล์ระบบภูมิคุ้มกันอาศัยอยู่ในเนื้อเยื่อน้ำเหลืองของลำไส้ จุลินทรีย์ในลำไส้มีส่วนสำคัญในการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน โปรไบโอติกส์จึงกลายมาเป็นทางเลือกที่ดีในการดูแลภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรง

       นักวิจัยยังพยายามนำโปรไบโอติกส์มาใช้เป็นวัคซีน ซึ่งนับว่าเป็นความโชคดีอย่างมากที่เรามีเทคโนโลยีชีวภาพรองรับ เพราะการใช้โปรไบโอติกส์เป็นวัคซีนยังมีแนวโน้มที่จะคุ้มค่ากว่าในอนาคตด้วย

 

อ้างอิง

https://www.researchgate.net/publication/319906667_The_influence_of_probiotics_on_vaccine_responses_-_A_systematic_review

https://www.thecandidadiet.com/probiotics-replace-vaccines/

https://www.cambridge.org/core/journals/proceedings-of-the-nutrition-society/article/probiotics-and-the-immune-response-to-vaccines/BAF4B1C9CF25179814CA9A10FF2CC108

https://www.bio.org/blogs/how-cows-and-milkmaids-gave-us-vaccines

SAS Food Supplement.

bioshot
blissly bioshot
biocap7
blissly biocap 7

กลิ่นที่หายไป เรื่องของไวรัสและจุลินทรีย์ในจมูก

        ไม่รับรู้กลิ่นเป็นสัญญาณแรกๆ ของการติดเชื้อโควิด-19

        ประสิทธิภาพการรับรู้กลิ่นของคนเราลดลงได้จากหลายสาเหตุ อาจเกิดจากการอักเสบของจมูก ติดเชื้อไวรัส ไซนัสอักเสบ โรคภูมิแพ้ โดยที่เชื้อไวรัสจะทำให้เราไม่ได้กลิ่นอย่างกะทันหัน บางคนสามารถกลับมารับรู้กลิ่นได้เองโดยไม่ต้องพบแพทย์ อาจใช้เวลาฟื้นตัวเป็นเดือนหรือเป็นปีขึ้นอยู่กับร่างกายของแต่ละคน

       สำหรับผู้ป่วยที่หายจากการติดเชื้อ COVID-19 จะใช้เวลาประมาณ 4 สัปดาห์จึงกลับมาได้กลิ่นอีกครั้ง ซึ่งถ้านานกว่านี้ควรพบแพทย์ที่เชี่ยวชาญด้านจมูกโดยเฉพาะ เพราะกลิ่นไม่เพียงช่วยให้เรามีความสุขกับการใช้ชีวิตแต่ยังช่วยป้องกันอันตรายจากสิ่งรอบตัว เป็นเสมือนสัญญาณเตือนอย่างกลิ่นแก๊สรั่วหรือกลิ่นอาหารบูด ชี้นำพฤติกรรมการใช้ชีวิต การกิน ช่วยให้รับรู้รสชาติอาหาร ในกรณีที่รุนแรงการสูญเสียกลิ่นอาจนำไปสู่ภาวะซึมเศร้าได้

       เมื่อพูดถึงการรับรู้กลิ่นเรานึกถึงชาวอเมริกาเหนือที่มักจะมีปัญหาการได้กลิ่นเมื่ออายุเพิ่มขึ้น 1-2 เปอร์เซ็นต์และมักเกิดกับผู้ชายมากกว่าผู้หญิง ปกติแล้วคนเราสามารถแยกแยะกลิ่นได้ด้วยการใช้ตัวรับกลิ่นที่อยู่ในเยื่อบุจมูก ในจมูกของเรายังมีจุลินทรีย์กระจายตัวอยู่เป็นจำนวนมาก จุลินทรีย์เหล่านี้มีบทบาทสำคัญเพราะช่วยดูแลเยื่อบุจมูก ซึ่งจะแตกต่างกันไปตามค่าดัชนีมวลกาย มีงานวิจัยที่บอกว่าคนที่น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นมีความสามารถในการดมกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้ดีกว่า

        จุลินทรีย์อาศัยอยู่ทั่วร่างกายของเรา ตั้งแต่ลำไส้ใหญ่ถึงผิวหนัง ทำหน้าที่ย่อยอาหารไปจนช่วยสร้างภูมิคุ้มกัน จุลินทรีย์ยังช่วยพัฒนาเยื่อบุจมูก และอาจส่งผลถึงความอยากอาหาร จุลินทรีย์โปรไบโอติกส์ถูกนำมาใช้เพื่อปรับสมดุลลำไส้และช่วยให้โรคระบบทางเดินอาหารดีขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถช่วยให้โพรงจมูกดีขึ้นได้หากมีจุลินทรีย์ดีและสมดุล ซึ่งอาจช่วยบรรเทาโรคจมูกอักเสบเรื้อรังที่สร้างความทรมานให้ใครหลายคน

 

อ้างอิง

https://www.nidcd.nih.gov/health/smell-disorders

https://www.rush.edu/news/i-lost-my-sense-smell-do-i-have-covid-19

SAS Food Supplement.

bioshot
blissly bioshot
biocap7
blissly biocap 7

เรื่องเล่าของอาการเมาค้างและจุลินทรีย์ดีในร่างกาย

        hangover คนไทยเราเรียกสั้นๆ ว่า แฮงค์ หรือถ้าได้ยินใครบ่นพึมพำ จังแม่นบ่ส่วงเนาะ อาจลองถามดูได้ว่าอ้ายคนบ้านได๋

        ไม่ว่าจะภาษาอะไรทั้งหมดนี้คืออาการเมาค้างที่สายดื่มรู้จักกันดี ย้อนกลับไปกว่า 3 พันปีก่อน ในตำรายาของอินเดียได้อธิบายอาการเมาค้างเอาไว้ว่าเป็นภาวะหลังการดื่มที่ทำให้รู้สึกกระหายน้ำ ปวดศีรษะ ข้อต่อ ทรงตัวลำบาก และไม่สามารถรักษาได้ ตำรายาโบราณนี้ยังเรียกอาการเมาค้างว่า paramada ก่อนที่คำว่า hangover จะถูกนำมาใช้ในปัจจุบัน

        ชาวโรมันใช้ไข่ของนกฮูกดิบแก้เมาค้าง แม้ว่าดูแปลกแต่ก็อาจมีประโยชน์บางอย่างเนื่องจากไข่มีกรดอะมิโนที่ร่างกายขาดหลังจากดื่มแอลกอฮอล์ ถัดมาในยุคของเจงกีสข่าน สูตรแก้เมาค้างของนักรบชาวมองโกลคือลูกตาแกะดอง ในขณะที่แพทย์ยุโรปสมัยกลางแนะนำให้รับประทานปลาไหลดิบและอัลมอนด์

        อาการเมาค้าง หรือ hangover สาเหตุหนึ่งเกิดจากร่างกายเผาผลาญเอทานอลคือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เราดื่มนั่นเอง กระบวนการนี้ก่อสารพิษตกค้างในร่างกายได้ ทำให้เช้าวันรุ่งขึ้นของการดื่มเป็นเช้าที่ทรมานสำหรับใครหลายคน หนึ่งในสารพิษที่เกี่ยวข้องกับอาการปวดหัวคลื่นไส้และหัวใจสั่นคือ acetaldehyde

       ปัจจุบันมีการทดลองนำจุลินทรีย์โปรไบโอติกส์มาใช้เพื่อสลาย acetaldehyde คือเมื่อตับย่อยเอทานอลจะมีสารพิษที่ยังหลงเหลืออยู่ โปรไบโอติกส์เป็นจุลินทรีย์ดีซึ่งมักพบในอาหาร สามารถช่วยย่อยสลายสารพิษตกค้างตามธรรมชาติได้ เรายังได้ชุดข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่ามีแนวโน้มที่คนติดสุราจะมีจุลินทรีย์ Bifidobacteria , LactobacilliและEnterococci ในกระเพาะอาหารต่ำกว่าเมื่อเทียบกับคนที่ไม่ดื่มหรือดื่มน้อย แต่หลังจากรับประทานอาหารเสริมโปรไบโอติกส์เป็นเวลาสั้น ๆ ระดับของจุลินทรีย์ Bifidobacteria และ Lactobacilli ก็เพิ่มขึ้น นอกจากนี้การเสริมโปรไบโอติกส์ยังทำให้น้ำย่อยของตับดีขึ้นด้วย แต่อย่างไรก็ตามจุลินทรีย์โปรไบโอติกส์นั้นไม่ส่งผลอะไรระหว่างดื่ม เพราะเป็นจุลินทรีย์ดีในลำไส้ที่ช่วยปรับสมดุลร่างกายในวันถัดไป

        การบรรเทาอาการเมาค้างด้วยจุลินทรีย์ดีโปรไบโอติกส์เป็นเทคโนโลยีชีวภาพใหม่ๆ ที่น่าสนใจไม่น้อย และสำหรับเราก็ดูจะเป็นไอเดียที่ดีกว่าลูกตาแกะดองหรือไข่นกฮูกดิบอยู่พอสมควร จุลินทรีย์ดีโปรไบโอติกส์ยังช่วยให้ระบบการทำงานส่วนต่างๆ ของร่างกายสมดุลตั้งแต่ลำไส้ไปจนถึงสมองด้วย ถือเป็นเป็นข่าวดีของนักดื่มหลายคนโดยเฉพาะช่วงเทศกาลสิ้นปีที่มีแต่ปาร์ตี้แบบนี้ แต่ถึงจะมีตัวช่วยแก้แฮงค์อย่างไรเราก็ขอเป็นเสียงเตือนเล็กๆ ให้ดื่มแต่พอดี ดื่มไม่ขับ เพื่อความปลอดภัยและสุขภาพที่แข็งแรง

 

อ้างอิง

https://www.theguardian.com/lifeandstyle/2016/dec/12/everything-you-wanted-to-know-about-hangovers

https://www.natren.com/blogs/news/probiotics-to-tame-your-hangover/

https://www.insider.com/zbiotics-hangover-solution-probiotic-does-it-work-2019-8

https://www.forbes.com/sites/johncumbers/2019/09/19/heres-a-must-read-before-tonights-party-the-worlds-first-gmo-probiotic-is-here-to-end-all-hangovers–and-it-works/?sh=19ffc4335cd6

SAS Food Supplement.

bioshot
blissly bioshot
biocap7
blissly biocap 7

ยีสต์ โปรไบโอติกส์ และsourdough ที่มาพร้อมการเติบโตของตลาดคนรักสุขภาพ

       เมื่อเดือนก่อน VMR (Verified Market Research) ได้แบ่งปันรายงานเกี่ยวกับการเติบโตของตลาดยีสต์ ที่มีแนวโน้มจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องควบคู่ไปกับตลาดของคนรักสุขภาพและอาหารออร์แกนิค

        หลายคนอาจเคยได้ยินชื่อ ยีสต์ ในการทำขนมปังไม่ก็หมักแอลกอฮอล์ ยีสต์เป็นเชื้อราชนิดหนึ่งซึ่งมักเป็นเชื้อราเซลล์เดียว เราจะเห็นยีสต์วางขายในรูปแบบต่างๆ เช่น เห็ดที่กินได้ ยีสต์สำหรับทำเบเกอรี่และรา ที่นำมาใช้ในทำผลิตภัณฑ์ต่างๆ ทั้งขนมปัง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ เชื้อเพลิงชีวภาพ โปรไบโอติกส์ และสารสกัดจากยีสต์ อาจเพราะประโยชน์ต่อสุขภาพไม่ว่าจะเป็นเพิ่มโปรตีนในอาหารหรือใช้บำรุงผิว เสริมระบบภูมิคุ้มกัน ป้องกันและลดคอเลสเตอรอล ทำหน้าที่เป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระ จึงทำให้ความนิยมของยีสต์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

     ยีสต์เป็นหนึ่งในจุลินทรีย์ที่มีความหลากหลายมากที่สุด เป็นแหล่งโปรตีน วิตามินบี และแร่ธาตุมากมาย แถมยังเป็นตัวช่วยในการหมักที่ดี เพราะความนิยมยีสต์เพิ่มขึ้น อาหารที่ทำจากยีสต์จึงได้รับความนิยมเพิ่มตามไปด้วย หนึ่งในนั้นคือ sourdough เรียกแบบบ้านๆ ว่าขนมปังเปรี้ยว ซึ่งมีวิธีทำต่างจากขนมปังทั่วไปคือมีการหมักแป้ง ธัญพืช และใช้ยีสต์ที่เลี้ยงเอง ใช้จุลินทรีย์จากธรรมชาติ ทำให้ย่อยง่ายและมีรสชาติเฉพาะตัวจากยีสต์ที่ต่างกันในแต่ละพื้นที่ เป็นรูปแบบดั้งเดิมของการหมักขนมปัง เชื่อกันว่ามีต้นกำเนิดอยู่ในอียิปต์โบราณประมาณ 1,500 ปีก่อนคริสตกาลเลยทีเดียว

       นักวิจัยยังเชื่อว่าการหมักขนมปังเปรี้ยวทำให้ได้โปรไบโอติกส์ที่ช่วยดูแลสุขภาพของเราด้วยการเพิ่มจุลินทรีย์ที่ดีในลำไส้ การหมักธัญพืชและแป้งก่อนนำมาทำขนมปังเปรี้ยวยังช่วยผลิตคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน ซึ่งดีกับร่างกายเพราะจะไม่ย่อยทันทีเหมือนแป้งสีขาว ช่วยให้เราดูดซึมสารอาหาร วิตามิน และเส้นใยอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ การทำงานของเอนไซม์ในระหว่างหมักนี้เองที่ทำให้ sourdough ย่อยง่ายขึ้น และธัญพืชที่นำมาหมักก็เป็นพรีไบโอติกส์ซึ่งเป็นอาหารของโปรไบโอติกส์ด้วย

 

อ้างอิง
https://www.verifiedmarketresearch.com/product/global-yeast-market-size-and-forecast-to-2025/https://www.healthline.com/nutrition/sourdough-bread#TOC_TITLE_HDR_5https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/19747602/

SAS Food Supplement.

bioshot
blissly bioshot
biocap7
blissly biocap 7

การสู้รบของจุลินทรีย์และไวรัส ความหวังจากสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก

        นับตั้งแต่มีผู้ป่วยจากไวรัสโควิด (COVID-19) ความผิดปกติที่พบบ่อยแถมยังรุนแรงที่สุดอย่างหนึ่งคือระบบทางเดินอาหารและปอดบวมซึ่งอันนี้ก็ขึ้นอยู่กับภูมิคุ้มกันของแต่ละคนด้วย

        เมื่อไวรัสแปลกปลอมบุกเข้ามา อย่างน้อยก็สบายใจได้เปราะหนึ่งว่าร่างกายของเราเก่งพอที่จะสร้างโปรตีนขึ้นมายับยั้ง ป้องกัน และควบคุมการเจริญเติบโตที่ผิดปกติ กลไกต้านไวรัสนี้เรียกว่า Interferon ที่เรารู้อยู่แล้วคือโปรไบโอติกส์ช่วยปรับสมดุลของลำไส้ แต่งานวิจัยล่าสุดยังทำให้รู้อีกว่าโปรไบโอติกส์ส่งผลต่อกลไกการยับยั้งไวรัสด้วย

        แม้ว่าจะดูไม่เกี่ยวข้องกัน เมื่อเรานึกถึงอวัยวะ 2 ชนิดอย่างปอดและลำไส้ แต่จุลินทรีย์ในปอดและจุลินทรีย์ในลำไส้กลับเชื่อมโยงกันอยู่ คือถ้าจุลินทรีย์ในลำไส้ดี จุลินทรีย์ในปอดก็จะดีตามไปด้วย ลำไส้แข็งแรง ปอดก็แข็งแรง หากเราเพิ่มภูมิคุ้มกันในลำไส้ด้วยการรับประทานโปรไบโอติกส์จึงอาจลดความเสี่ยงการติดเชื้อเกี่ยวกับทางเดินหายใจได้ นี่ไม่ใช่แค่การคาดเดาแบบลอยๆ เพราะเราไปเจอผลวิจัยที่ยืนยันว่าโปรไบโอติกส์สายพันธุ์ Bifidobacterium และ Lactobacillus ซึ่งมักพบในทางเดินอาหารและนำมาใช้ทำโยเกิร์ต ผลิตภัณฑ์นมอย่างแพร่หลายนั้น ช่วยลดการติดเชื้อระบบทางเดินหายใจในเด็กและคนวัยหนุ่มสาวได้ นอกจากนี้จำนวนจุลินทรีย์ในลำไส้มักจะลดลงตามอายุ นี่อาจเป็นคำอธิบายที่ว่ากลุ่มเสี่ยงติดเชื้อโควิดมักเป็นผู้สูงอายุนั่นเอง

        โปรไบโอติกส์ช่วยป้องกันเราจากไวรัสได้ด้วยการช่วยกระตุ้นการทำงานของเยื่อเมือกภูมิคุ้มกันและเพิ่มจุลินทรีย์ดีในปอดและลำไส้ ส่งผลถึงการป้องกันการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ มีการศึกษาในหนูทดลองที่บอกกับเราว่าความรุนแรงของการติดเชื้อในปอดสัมพันธ์กับจำนวนจุลินทรีย์ในลำไส้

        แม้ว่ากลไกของการทำงานของโปรไบโอติกส์ที่เกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกันจะยังไม่สามารถอธิบายได้ทั้งหมด แต่ที่เรารู้แน่คือคนที่ภูมิคุ้มกันไม่ดี จุลินทรีย์ในลำไส้จะไม่สมดุลด้วย ซึ่งอาจนำไปสู่การสะสมของเชื้อโรคในลำไส้จนติดเชื้อถึงขั้นเสียชีวิตได้

        อาจพูดได้ว่าโปรไบโอติกส์เป็นจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์แล้วยังต้านไวรัสได้ด้วย หลายปีมานี้จึงเริ่มมีการนำโปรไบโอติกส์มาเสริมภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติ และยังมีแนวโน้มว่าจะมีการใช้โปรไบโอติกส์เพื่อปรับจุลินทรีย์ในลำไส้ซึ่งอาจกลายมาเป็นส่วนหนึ่งในการบำบัดอาการติดเชื้อจากไวรัสและผู้ป่วย COVID-19 อีกด้วย

 

อ้างอิง

https://link.springer.com/article/10.1007/s00253-020-10832-4?utm_source=toc&utm_medium=email&utm_campaign=toc_253_104_19&utm_content=etoc_springer_20200904&utm_source=semipyp&utm_medium&utm_term&utm_content&utm_campaignhttps://www.nature.com/articles/s41385-019-0160-6

https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC7123835/

จุลินทรีย์แรกเกิด ที่กำหนดสุขภาพตั้งแต่ลืมตาดูโลก

        เด็กที่เกิดจากการผ่าคลอดมักจะได้รับจุลินทรีย์จากผิวหนังของแม่อย่างเดียว ในขณะที่เด็กทารกคลอดธรรมชาติจะได้รับจุลินทรีย์จากช่องคลอดและอุจจาระของแม่ด้วย คุณเฮนน่า (Maria Uusitupa) นักวิจัยด้านจุลินทรีย์แลกเปลี่ยนความรู้ไว้อย่างน่าสนใจ

       ถ้าจะเล่าให้เห็นภาพคงต้องบอกว่าคนเราเกิดมาพร้อมกับจุลินทรีย์หลายสิบล้านตัว เมื่อคลอดออกมาร่างกายจะเป็นเหมือนที่ดินอันว่างเปล่า ให้จุลินทรีย์จากคุณแม่เข้ามาจับจองพื้นที่ตามส่วนต่างๆ ไม่ว่าจะผิวหนังหรือลำไส้ จุลินทรีย์กลุ่มแรกๆ ที่ตั้งรกรากในร่างกายของเราจะเป็นตัวกำหนดทิศทางสุขภาพในอนาคตได้ พัฒนาการของจุลินทรีย์ในลำไส้จึงสำคัญไม่แพ้พัฒนาการทางร่างกายของเด็กทารก

        คุณเฮนน่าเล่าว่าเด็กทารกที่เกิดจากการผ่าคลอดและได้รับยาปฏิชีวนะในช่วงต้นของชีวิตเป็นจำนวนมากๆ มีแนวโน้มที่จะเป็นโรคอ้วนหรือน้ำหนักเกิน 50 เปอร์เซ็นต์หรือโอกาสแบบครึ่งต่อครึ่ง ซึ่งถือว่าไม่น้อยเลยทีเดียว นอกจากสัมพันธ์กับน้ำหนักตัวแล้ว จุลินทรีย์ในกระเพาะอาหารยังอาจส่งผลให้เกิดโรคต่างๆ เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด

        แน่นอนว่า ตลอดระยะเวลาที่เด็กคนหนึ่งเติบโตขึ้นมาย่อมมีปัจจัยหลายอย่างที่อาจเปลี่ยนแปลงลักษณะและจำนวนจุลินทรีย์ได้ ไม่ว่าจะสภาพแวดล้อม การรับประทานอาหาร ยาปฏิชีวนะต่างๆ ที่ได้รับเมื่อเจ็บป่วย รวมถึงจำนวนพี่น้องหรือสัตว์เลี้ยงในครอบครัว แต่ถึงอย่างนั้นการผ่าคลอดก็ยังเป็นอีกปัจจัยที่ขัดขวางพัฒนาการของจุลินทรีย์ในกระเพาะอาหารได้

        แล้วจะทำอย่างไรให้เด็กที่เกิดมาทุกคนทุกวิธีสามารถเริ่มต้นมีสุขภาพที่ดีเหมือนกันได้อย่างเท่าเทียม คุณเฮนน่าเล่าต่อว่าแม้จุลินทรีย์ที่เด็กผ่าคลอดได้รับอาจจะทำให้เขาเติบโตมาไม่แข็งแรงเหมือนเด็กคลอดเอง เพราจุลินทรีย์บางตัวหายไป แต่เราสามารถเติมจุลินทรีย์ได้ สิ่งหนึ่งที่ช่วยเติมจุลินทรีย์ให้เด็กทารกได้ดีไม่แพ้ใครเลยก็คือนมแม่นั่นเอง

        เด็กที่ได้ดื่มนมแม่จะสามารถฟื้นฟูพัฒนาการของจุลินทรีย์ในร่างกายได้ดีขึ้น แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะได้ดื่มนมแม่ในช่วงวัยเด็ก จึงมีอีกทางออกในการเติมจุลินทรีย์ก็คือการรับประทานโปรไบโอติกส์ ซึ่งได้รับการทดลองในช่วงหลายปีว่าช่วยปรับจุลินทรีย์ในลำไส้ให้มีจุลินทรีย์ดีมากขึ้นทำให้ภูมิคุ้มกันแข็งแรงแม้ว่าจะไม่ได้รับจุลินทรีย์ที่ดีมากพอในตอนคลอดก็ตาม

อ้างอิง

https://www.ted.com/talks/henna_maria_uusitupa_how_the_gut_microbes_you_re_born_with_affect_your_lifelong_health/transcript

ดิน แหล่งอาหารสำคัญที่ทำให้โลกอิ่ม

        ทุกครั้งที่ได้ยินวลี เปลี่ยนดินให้เป็นดาว เราจะมีคำถามในใจตามมาว่า ทำไมดินต้องเป็นดาว ดินมีค่าน้อยกว่าดาวจริงหรือ ทำไมดินจึงไม่สามารถเป็นดินและมีคุณค่าในตัวเองโดยที่ไม่ต้องเป็นสิ่งอื่นสิ่งใด

       ชุดความคิดที่แฝงตัวอยู่ในวลีนี้ อาจเริ่มจากมายาคติที่ว่าดินเป็นของสกปรกที่ถูกเหยียบย่ำ แต่ถ้าลองส่องให้ลึกลงไปในดิน จะพบว่ามีโลกอันกว้างใหญ่ตั้งอยู่ โลกที่มนุษย์เราเป็นเพียงองค์ประกอบเล็กๆ ในโลกของดินมีเหล่าสัตว์และจุลินทรีย์ซึ่งมีบทบาทสำคัญ ตลอดระยะเวลากว่าล้านปีของวิวัฒนาการ เราเรียนรู้ที่จะนำจุลินทรีย์มาปรุงยารักษาโรค สร้างวัคซีน ยาหลายๆ ชนิดก็ได้มาจากจุลินทรีย์ในดิน อย่างวัคซีนรักษา COVID-19 ก็เป็นหนึ่งในนั้นและไม่แน่ว่าวัคซีนรวมถึงยารักษาโรคอีกหลายชนิดอาจนอนอยู่ในดินใต้เท้าของเราเพื่อรอคอยการค้นพบก็ได้ใครจะไปรู้

        ดินก้อนหนึ่งไม่ได้ไร้ค่าอย่างที่หลายคนเข้าใจ พื้นดินขนาดครึ่งเซนติเมตรใช้เวลาก่อตัวกว่าพันปี ดินที่เก่าแก่ที่สุดในโลกพบที่แอฟริกาใต้ โลกลับๆ ใต้พื้นดินเต็มไปด้วยชุมชนของสิ่งมีชีวิตที่มองเห็นและมองไม่เห็นทั้งสัตว์ใหญ่สัตว์เล็ก อย่างคางคก ตุ่น บีเวอร์ กระต่าย ไส้เดือนดิน ปลวก มด มีบทบาทสำคัญในการกระจายและหมุนเวียนหน้าดิน คอยช่วยเติมอากาศและระบายน้ำ โลกใต้ดินยังมีสิ่งมีชีวิตสำคัญอีกประเภทคือจุลินทรีย์ แบคทีเรีย เชื้อรา สิ่งมีชีวิตขนาดเล็กสุดที่คอยช่วยปรับปรุงคุณภาพดิน ซึ่งดินที่ดีจะต้องเต็มไปด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ

       ดินกับพืชมีความสัมพันธ์กัน ในขณะที่ดินให้สารอาหารและปกป้องรากของพืช พืชก็คอยปกคลุมและดูแลหน้าดิน พืชที่เราปลูกจะผลัดใบลงบนดินและเป็นสารอาหารให้จุลินทรีย์ เมื่อดินมีจุลินทรีย์ที่ดีมากพอก็จะส่งผลให้พืชพรรณธัญญาหารเจริญงอกงาม

       จุลินทรีย์ในดินจึงจัดว่ามีความสำคัญต่อการสร้างและเพิ่มผลผลิตของพืชเป็นอย่างมาก เรียกได้ว่าจุลินทรีย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีมีค่ามากสำหรับดิน คอยหมุนเวียนธาตุอาหารและองค์ประกอบอื่นๆ ที่สำคัญ เช่น ไนโตรเจนและแร่ธาตุเพื่อนำไปใช้ที่รากของพืช

        พืชกว่า 95 เปอร์เซ็นต์มาจากดิน ดินยังช่วยปกป้องรากของพืชจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างหนัก ช่วยกักเก็บและกรองน้ำสะอาด ดินที่แข็งแรงยังมีส่วนช่วยลดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการเก็บหรือเพิ่มปริมาณคาร์บอนด้วย

        ประชากรโลกเพิ่มมากขึ้นทุกปี ซึ่งคาดว่าจะเกิน 9 พันล้านคนภายในปี 2593 ความต้องการพืชผักเนื้อสัตว์ก็เพิ่มตามด้วย ทำให้ดินถูกกดดันอย่างมากและมีความเสี่ยงที่จะเสื่อมโทรมลง ดินเป็นพื้นฐานของเกษตรกรรม ดินคุณภาพดีที่ผลิตพืชผลได้ดีย่อมช่วยหล่อเลี้ยงและบำรุงสุขภาพของคน สัตว์ เชื่อมโยงทั้งกับคุณภาพและปริมาณอาหารของโลก หากบอกว่าดินเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่มีคุณค่าสูงแต่มักถูกมองข้ามก็คงไม่เกินจริงนัก

        เริ่มต้นหันมาดูแลดินได้ด้วยการดูแลจุลินทรีย์ในดิน ไม่ใช้สารเคมีในการปลูกพืช เพื่อให้เรามีแหล่งอาหารที่คุณภาพสูงส่งถึงมือลูกหลานต่อไปในอนาคต

อ้างอิง

https://www.bbc.co.uk/ideas/videos/why-soil-is-one-of-the-most-amazing-things-on-eart/p090cf64

http://www.fao.org/resources/infographics/infographics-details/en/c/281883/

http://www.fao.org/3/ca8251en/ca8251en.pdf