AirDNA มีอะไรในอากาศ เมื่อโลกระบุตัวตนคน สัตว์ และไวรัสได้จากดีเอ็นเอในห้อง

author : SAS Team

READ

Date : 10 Apr 2021

        เคยคิดไหมว่า ถ้ามีใครแอบเข้ามาในห้อง แล้วเราระบุตัวตนได้จากอากาศที่เขาเดินผ่านจะเป็นอย่างไร

เมื่อเทคโนโลยีชีวภาพอย่างการตรวจหา DNA ที่ส่วนหนึ่งถูกใช้ในการสืบสวนสอบสวนกำลังก้าวเข้าสู่มิติใหม่ เป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปีที่เริ่มมีแสงแห่งความหวังครั้งใหม่ว่าอาชญากรรมเลวร้ายจะคลี่คลายได้ง่ายขึ้น

        โดยปกติแล้วสิ่งมีชีวิตมักทิ้ง DNA หรือรหัสพันธุกรรมไว้ทุกที่ในสิ่งแวดล้อมรอบตัว เช่น เซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วของคน การปล่อยละอองเรณูของพืช น้ำลายของสัตว์ ซึ่งที่ผ่านมาผู้เชี่ยวชาญสามารถตรวจหาดีเอ็นเอเหล่านี้ได้จากผิวน้ำไม่ก็ผืนดิน เราเรียกกันแบบเข้าใจว่าเป็นดีเอ็นเอสิ่งแวดล้อมหรือ eDNA

        แต่คุณ Elizabeth Clare และทีมของเธอจาก ควีนแมรี่ มหาวิทยาลัยลอนดอนไม่หยุดอยู่แค่นั้น พวกเขาเริ่มทดลองหาดีเอ็นเอในโพรงของตุ่นหนูไร้ขนและในห้องทดลองที่ตุ่นหนูไร้ขนอาศัยอยู่ โดยการดูดอากาศจากโพรงและห้องทดลอง ผ่านตัวกรองอากาศลักษณะคล้ายกับที่ใช้ในบ้าน จากนั้นนำมาแยกดีเอ็นเอและระบุชนิด

        ผลที่ได้น่าตื่นเต้นไม่แพ้หนังของไมเคิล เบย์ เมื่อทีมทดลองพบดีเอ็นเอของมนุษย์ทั้งจากอากาศบริเวณห้องและโพรงของตุ่นหนูไร้ขน ในตอนแรกทีมทดลองต่างคิดว่าเกิดการปนเปื้อน แต่เมื่อตรวจอย่างละเอียดก็พบว่าไม่ใช่ ผู้เชี่ยวชาญจึงได้นิยามดีเอ็นเอในอากาศว่า airDNA และสิ่งที่คุณ Elizabeth คิดต่อคือเราจะได้ประโยชน์อะไรเมื่อสามารถรวบรวมดีเอ็นเอสิ่งแวดล้อมจากอากาศ แทนการเก็บตัวอย่างดินหรือน้ำ

        ในฐานะนักนิเวศวิทยา คุณ Elizabeth มีความหวังว่าเราจะสามารถใช้การตรวจจับดีเอ็นเอในอากาศเพื่อตามหาสัตว์สายพันธุ์หายากในพื้นที่จำกัดและอันตรายอย่างถ้ำ ใต้น้ำ หรือที่มืดได้ โดยไม่ต้องเสี่ยงและรบกวนวิถีชีวิตของสัตว์เหล่านั้น

        ในเชิงนิติวิทยาศาสตร์ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน เพราะหาก airDNA แม่นยำ เราจะสามารถระบุตัวตนคนร้ายหรือฆาตรกรได้เลยจากอากาศในจุดเกิดเหตุ แม้จะไม่มีหลักฐานทางกายภาพอย่างเลือด เหงื่อ เส้นผมหรือลายนิ้วมือก็ตาม ไม่ใช่แค่นั้นการเก็บดีเอ็นเอในอากาศ ยังสามารถตรวจหาทิศทางและระยแพร่กระจายของเชื้อไวรัสในอากาศ รวมถึงโควิดที่เรากำลังเผชิญหน้าอยู่ด้วย

        คงต้องใช้เวลาอีกสักพัก เพราะทีมวิจัยกำลังศึกษาว่า airDNA สามารถตรวจและระบุได้ในขนาดพื้นกว้างแค่ไหนและระยะไกลเพียงใด แม้ว่าตอนนี้ยังมีข้อจำกัดมากมาย แต่เราเชื่อว่าเทคโนโลยีชีวภาพและความสามารถของมนุษย์จะทำให้เป็นจริงได้อย่างแน่นอน เช่นเดียวกับสมัยก่อนที่การตรวจลายนิ้วมือเพื่อระบุตัวตนยังเป็นสิ่งน่าเหลือเชื่อ ไม่ใช่เรื่องปกติเหมือนทุกวันนี้

 

อ้างอิง

https://peerj.com/articles/11030/

https://www.livescience.com/dna-collected-air.html

https://www.sciencedaily.com/releases/2021/03/210331085742.htm

SAS Food Supplement.

bioshot
blissly bioshot
biocap7
blissly biocap 7

5 เทรนด์สุขภาพ ปี 2021

author : ก้อนขนมปัง

Pick

Date : 8 Apr 2021

        ผ่านมาแล้ว 4 เดือน นับตั้งแต่เริ่มปี 2021 นี้ พวกเราก็ร่วมกันฝ่าฟันวิกฤตต่างๆ มากมาย โดยเฉพาะโควิด-19 ที่อยู่คู่โลกมาเกือบ 2 ปีแล้ว คำยอดฮิตที่ได้ยินกันจนชินก็คงจะเป็น New Normal ที่ตอนนี้เกือบกลายเป็น Normal ไปแล้ว (เพราะไม่รู้จะเรียกว่า New ได้อยู่หรือเปล่า) ซึ่งเจ้าโรคระบาดตัวร้ายนี้ได้ส่งผลกระทบต่อวิถีการใช้ชีวิตของเราโดยตรง และเร่งให้เกิดอะไรหลายๆ อย่างขึ้นมาบนโลก

        หนึ่งในนั้นคือการที่ทำให้มนุษย์หันมาสนใจสุขภาพอนามัยและความสะอาดกันมากขึ้น ทั้งการดูแลความสะอาดร่างกายของตนเอง การรักษาความสะอาดภายในที่พักอาศัย ที่ทำงาน รวมไปถึงสถานที่สาธารณะอีกมากมาย และที่สำคัญยังรวมไปถึงการเลือกอาหารการกินที่พิถีพิถันมากขึ้นนั่นเอง

        แน่นอนว่าเทรนด์สุขภาพมากมายก็เกิดขึ้นเพราะคนหันมาดูแลสุขภาพกันมากขึ้น แต่ไม่ใช่แค่เพียงสุขภาพกายเท่านั้น ผลกระทบจากสถานการณ์ต่างๆ นั้นส่งผลต่อสุขภาพจิตของเราไม่น้อยเลยทีเดียว ดังนั้น เรามาดูกันดีกว่าว่าเทรนด์สุขภาพที่น่าสนใจมีอะไรกันบ้าง

เทคโนโลยีเพื่อความสะอาด

        ถือเป็นเรื่องพื้นฐานที่หลายคนนึกถึง และยิ่งมีความสำคัญมากขึ้นเมื่อเกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เพราะต้องรักษาความสะอาดร่างกาย และอุปกรณ์ของใช้ในครัวเรือนเพื่อลดไวรัสที่อาจติดมาจากภายนอก ทำให้เทคโนโลยีทำความสะอาดขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ทั้งเครื่องกรองอากาศ เครื่องฆ่าเชื้อภายในบ้าน รวมไปถึงอุปกรณ์ Touchless ที่สามารถสั่งงานทางสมาร์ทโฟนได้เพื่อลดการสัมผัส

เพิ่มการขยับร่างกาย

        หลังจากการดูแลลสุขภาพภายนอกของเราแล้ว แน่นอนว่าการทำให้ภายในแข็งแรงก็เป็นเรื่องที่จำเป็นไม่แพ้กัน ช่วงที่เราต้อง Work from home ก็อาจะทำให้ร่างกายของเรายิ่งเสื่อมสภาพไวจากการนั่งทำงานที่ไม่ถูกสุขลักษณะ (บางคนอาจนอนทำงานบนเตียงเลยก็ได้) ขยับร่างกายกันน้อย ทั้งยังแบ่งเวลาพักกับการทำงานได้ยากขึ้นกระทบต่อสุขภาพจิตอีกต่างหาก ดังนั้น การหันมาออกกำลังกาย ขยับร่างกายเล็กๆ น้อยๆ และแบ่งเวลาให้เป็นกิจลักษณะจึงเป็นเรื่องที่ได้รับความสนใจมากขึ้น

Social Detox

        การเสพสื่อในโลกโซเชียลก็เหมือนสารเสพติด ยิ่งรับรู้มาก ยิ่งอยากรู้มากขึ้นอีกและหมดเวลาไปเฉยๆ และกลายเป็นกิจวัตรที่เราขาดไม่ได้ แต่บางทีการที่เรารู้อะไรน้อยลงบ้างก็ไม่ได้เสียหายอะไร ตามไม่ทันโลก (ในเรื่องที่ไม่จำเป็นต้องรู้) บ้างก็ไม่เห็นผิดตรงไหน เพื่อที่เราจะได้กลับไปอยู่กับตัวเองและคนที่รัก แล้วจะรู้เลยว่าจริงๆ เรามีเวลาทำอะไรได้อีกเยอะแยะมากกว่าการที่ไถหน้าจอมือถือรับรู้ข่าวสารไปเรื่อยๆ อย่างไร้จุดหมาย

หันหน้าเข้าหาธรรมชาติ

        ต่อเนื่องจากข้อที่แล้ว หลังจากที่เราถอยห่างจากความวุ่นวายทางหน้าจอแล้ว การเข้าหาธรรมชาติก็เป็นเทรนด์ที่หลายคนให้ความสนใจเพื่อหาความสงบสุขภายใน ไปนั่งอยู่คนเดียวเงียบๆ หายจากโลกที่วุ่นวายบ้างเพื่อทำความรู้จักกับตัวเอง พักจิตใจเพื่อกลับมาทำงานและใช้ชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกครั้งเหมือนได้เกิดใหม่

การดูแลภูมิคุ้มกัน

แน่นอนว่าเมื่อเกิดโรคระบาด ภูมิคุ้มกันถือเป็นสิ่งแรกๆ ที่ควรคำนึงถึง อย่างน้อยๆ ถ้าภูมิคุ้มกันเราดี ก็จะทำให้เราโล่งใจได้เปลาะหนึ่ง จึงไม่น่าแปลกใจที่การดูแลภูมิคุ้มกันจะกลายเป็นเทรนด์ที่สำคัญในยุคนี้เพราะเราต้องเผชิญกับบรรดาภัยเงียบที่มองไม่เห็นกันอยู่ตลอดเวลา

หนึ่งในตัวช่วยดูแลภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกายคือ จุลินทรีย์ดีโปรไบโอติกส์ในร่างกายของเรานั่นเอง นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติในการปรับสมดุลให้ระบบขับถ่าย มีส่วนช่วยให้ลำไส้ทำงานเป็นปกติ ลดความรุนแรงของกรดไหลย้อน ซึ่งร่างกายของเราจำเป็นต้องได้รับจุลินทรีย์เพิ่มเข้าไปทุกวัน เมื่อภูมิคุ้มกันดี ความเสี่ยงที่จะเกิดความผิดปกติของร่างกายก็จะน้อยลงตามไปด้วย

เดิมทีโปรไบโอติกส์เป็นจุลินทรีย์ดีที่มีอยู่ในร่างกายของเราอยู่แล้ว เพียงแต่จะลดจำนวนลงจากปัจจัยต่างๆ เช่น เชื้อโรคที่เข้าไปในร่างกาย อายุที่มากขึ้น ฯลฯ ดังนั้นเราควรเติมโปรไบโอติกส์เข้าไปในร่างกายในทุกๆ วันเพื่อดูแลสมดุลระหว่างเชื้อจุลินทรีย์ดีและไม่ดีเพื่อให้ห่างไกลโรคภัยนั่นเอง

เราไม่มีทางรู้เลยว่าในอนาคตจะเกิดโรคอะไรเพิ่มขึ้นอีก ชีวิตประจำวันเราจะเปลี่ยนไปยังไง แต่วิธีการดูแลสุขภาพที่ดีจะไม่เปลี่ยนไปจากเดิม ยังไงความจริงที่ว่าร่างกายเราต้องการสารอาหารและต้องการการดูแลแบบไหนก็ไม่เปลี่ยนแปลง เพราะฉะนั้นดูแลร่างกายของเราให้อยู่คู่กับเราไปนานๆ กันดีกว่า

 

อ้างอิง

https://www.globalwellnesssummit.com/gws-2020/media-experts-predict-six-wellness-trends-for-2021/

ไม่ได้มีไว้แค่ย่อยอาหาร รู้จักกับสุขภาพลำไส้ อวัยวะที่สำคัญไม่แพ้หัวใจ

author : วิลสัน วันเดอร์แลนด์

Read

Date : 1 Apr 2021

        “โรคทั้งหมดเริ่มต้นที่ลำไส้” ย้อนกลับไปเมื่อ 2 พันปีที่แล้ว คุณปู่ทวดฮิปโปเครตีส (Hippocrates) ผู้บุกเบิกวิชาแพทย์แผนปัจจุบันกล่าวไว้อย่างมาดมั่น ในฐานะที่ได้รับยกย่องว่าเป็นบิดาแห่งวงการแพทย์ เราเชื่อว่าคำพูดนี้ย่อมไม่ใช่แค่วลีล่องลอยกลางอากาศอย่างแน่นอน

       ควรกินหรือห้ามกินอะไรเวลาปวดท้อง เป็นอีกหนึ่งคำถามยอดฮิตที่คุณหมอ Google ได้รับจากช่องพิมพ์ค้นหาบ่อยที่สุดเมื่อพูดถึงสุขภาพลำไส้ อาจดูเหมือนเป็นเรื่องทั่วไป แต่แค่อาการธรรมดาอย่างปวดที่ท้องหรือความทุกข์แบบเบสิคที่เกิดจากปัญหาสุขภาพลำไส้และเรามองข้ามไป เช่น ท้องเสีย ท้องผูก ล้วนมีพลังทำลายล้างที่รบกวนการใช้ชีวิตอย่างไม่ธรรมดา

        แล้วคำว่า สุขภาพลำไส้ คืออะไรกันแน่ อาจฟังดูไม่สำคัญเท่าอวัยวะอื่นๆ แต่ bioshot ที่รู้จักกันดีว่าเป็นซินไบโอติกส์เจ้าแรกๆ ในไทยกลับยืนหยัดที่จะให้ความสำคัญและคอยใส่ใจเรื่องสุขภาพลำไส้ซึ่งจะกลายมาเป็นคุณภาพชีวิตที่ดีของเรา

ท้อง-Site พื้นที่แห่งจิตวิญญาณ

        เป็นที่ยอมรับกันในแพทย์ชาวเอเชียว่า ‘ท้อง’ คือพื้นที่แห่งจิตวิญญาณ ชาวญี่ปุ่นถึงกับนิยามอวัยวะส่วนที่ใหญ่ที่สุดของเราอย่างลำไส้ว่าเป็น ‘ส่วนกลางอันทรงเกียรติ’ (Onaka) รวมถึง ‘ใจกลางของความแข็งแกร่งทางจิตวิญญาณและร่างกาย’ (Hara) ต่างกับชาวยุโรปที่ส่วนมากมองว่าลำไส้ไม่ได้สำคัญไปกว่าแค่เป็นอวัยวะสำหรับย่อยอาหาร และอาจเพราะในโลกตะวันตกมีผู้ป่วยโรคระบบทางเดินอาหารสูงขึ้น ความสำคัญของสุขภาพลำไส้จึงเพิ่มตามไปด้วย

การไม่มีโรค เป็นลำไส้อันประเสริฐ

        องค์การอนามัยโลก (WHO) ให้นิยามของคำว่า ‘สุขภาพ’ ไว้ว่าเป็นขั้นกว่าของวลี ‘ไม่มีโรค’ สุขภาพลำไส้ดีจึงหมายถึงสถานะความเป็นอยู่ที่ดีของร่างกายและจิตใจ ไม่มีโรคภัยจากระบบทางเดินอาหารร้ายแรงอย่างเช่น โรคมะเร็งลำไส้ โรคกระเพาะอาหารแปรปรวน โรคลำไส้แปรปรวน (IBS) อาการท้องอืด กรดไหลย้อน คลื่นไส้อาเจียน ท้องผูก ท้องร่วง ภูมิแพ้อาหารแฝง หรืออุจจาระเป็นเลือด มาคอยตามรังควานจนต้องปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

แม้ว่าส่วนใหญ่แล้วอาการป่วยจากระบบทางเดินอาหารจะไม่ร้ายแรงจนทำให้ต้องโบกมือลาโลก แต่ก็ส่งผลต่อคุณภาพการใช้ชีวิตประจำวันไม่น้อย ระบบทางเดินอาหารมีส่วนช่วยเสริมสุขภาพโดยรวมหลายด้านและการทำงานของลำไส้ก็ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ย่อยหรือดูดซึมสารอาหารเพียงอย่างเดียว

ลำไส้และจุลินทรีย์ Dream Team ของคนสุขภาพดี

        นอกจากย่อยอาหาร ลำไส้ยังทำงานร่วมกับจุลินทรีย์ในร่างกาย กระตุ้นภูมิคุ้มกันและดูแลการทำงานของระบบประสาทด้วย มีผลการทดลองที่น่าทึ่งของหนูทดลองปลอดเชื้อ ซึ่งทำให้เรารู้ว่าจุลินทรีย์ในลำไส้มีผลโดยตรงกับการทำงานของระบบทางเดินอาหาร รวมถึงพฤติกรรมและการทำงานของสมอง

        แน่นอนว่างานหลักๆ ของลำไส้คือย่อยอาหารที่เรารับประทาน ช่วยให้ร่างกายดูดซึมสารอาหาร แร่ธาตุต่างๆ แล้ว จุลินทรีย์ในลำไส้ยังเป็นทีมสำคัญที่ช่วยป้องกันร่างกายเชื้อโรค ช่วยย่อยเส้นใยที่ร่างกายดูดซึมไปใช้ไม่ได้ แล้วเปลี่ยนมาเป็นพลังงานและวิตามินให้กับร่างกาย

        คำถามคือจุลินทรีย์ตัวเล็กๆ กว่าล้านล้านตัวป้องกันลำไส้ได้อย่างไร ลองนึกว่าลำไส้เป็นเมืองขนาดใหญ่ ล้อมรอบไปด้วยกำแพงหนา ที่มีแบคทีเรียหรือจุลินทรีย์ไม่ดีคอยจ้องจะเข้ามาฮุบพื้นที่รอบกำแพงอยู่เสมอ เพื่อหวังยึดครองเมืองที่ชื่อว่าลำไส้ แต่หากเมืองลำไส้มีจุลินทรีย์ดีโปรไบโอติกส์เฝ้าอยู่เป็นจำนวนมาก ก็จะช่วยป้องกันการตั้งรกรากของแบคทีเรียหรือจุลินทรีย์ตัวไม่ดีที่เรียกกันในวงการว่า จุลินทรีย์ก่อโรค ซึ่งจะเข้ามาทำให้เราป่วย

ภูมิคุ้มกันจากลำไส้

        ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า สาเหตุสำคัญที่ทำให้สุขภาพดีหรือไม่ดี มาจากลำไส้เป็นส่วนใหญ่ เพราะเซลล์ภูมิคุ้มกันกว่า 70 เปอร์เซ็นต์อาศัยอยู่ตามทางเดินอาหาร นั่นหมายความว่าหากลำไส้ดี สุขภาพก็จะดีตามไปด้วย อย่างที่เราทราบแล้วว่าโปรไบโอติกส์จะเกาะอยู่กับผนังลำไส้ที่เป็นเหมือนกำแพงป้องกัน คอยสแตนบายแย่งพื้นที่ไว้ไม่ให้จุลินทรีย์ก่อโรคข้ามมายึดได้

        หากลำไส้และระบบทางเดินอาหารทำงานเป็นปกติ เซลล์ภูมิคุ้มกันที่อยู่รอบบริเวณก็แข็งแรง ระบบประสาทที่เชื่อมอยู่กับลำไส้ก็สั่งงานอย่างราบลื่น ร่างกายแข็งแรงจิตใจก็แข็งแกร่ง

สุขภาพลำไส้ดี ดูแลแบบช็อตต่อช็อต

        ป้องกันสำคัญกว่ารักษา คือสิ่งสำคัญที่ควรนึกถึงเมื่อพูดถึงสุขภาพลำไส้

        เราเริ่มต้นดูแลลำไส้ได้ด้วยการให้อาหารจุลินทรีย์ในลำไส้ อย่างรับประทานผักที่มีเส้นใยสูง ซึ่งจะช่วยให้ระบบการย่อยเป็นปกติ เลี่ยงอาหารที่มีไขมันและน้ำตาลฟรุกโตสสูงจนรบกวนการทำงานของระบบทางเดินอาหาร รวมถึงเนื้อแดงที่ทำให้เสี่ยงเป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่

       ลำไส้ที่ดีคือลำไส้ที่สามารถย่อยและการดูดซึมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปราศจากโรคทางเดินอาหาร และมีจุลินทรีย์ในระบบทางเดินอาหารสมดุล คือจุลินทรีย์ดีมากกว่าจุลินทรีย์ไม่ดี bioshot เต็มไปด้วยจุลินทรีย์ดีโปรไบโอติกส์ที่มีชีวิตสูงสุด 11 ชนิด ไม่ว่าจะเป็น Bifidobacterium longum, Bifidobacterium bifidum, Lactobacillus acidophilus และอีกหลากหลายที่ช่วยปรับสมดุลระบบขับถ่าย เสริมภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย เพราะสุขภาพลำไส้เป็นประตูสู่สุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดี

 

อ้างอิง

https://bmcmedicine.biomedcentral.com/articles/10.1186/1741-7015-9-24
https://www.gutmicrobiotaforhealth.com/why-gut-health-comes-up-in-conversation-so-often-five-dietitians-define-gut-health-and-discuss-why-taking-care-of-it-is-so-important/

ร้อนนี้ (ลำไส้) เราต้องรอด

author : ก้อนขนมปัง

READ

Date : 3 Apr 2021

       ยินดีต้อนรับเข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเป็นทางการ

        ฤดูที่หลายคนต้องร้องขอชีวิต ร้อนก็ร้อน เหงื่อก็ออก แถมแดดแรงแผดเผา และที่สำคัญอาหารยังบูดง่าย เสี่ยงกับการเกิดอาหารเป็นพิษได้ง่ายขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย เพราะในสภาวะที่อุณหภูมิสูงขึ้นในช่วงที่เหมาะสม ประกอบกับความชื้นแบคทีเรียจะเติบโตได้ดีและอยู่รอดได้นานขึ้นจนเป็นต้นเหตุของการเน่าเสียของอาหาร

       อาการท้องเสียอธิบายง่ายๆ ว่าเกิดจากการที่ร่างกายได้รับสิ่งแปลกปลอมและพยายามขจัดออกมานั่นเอง (โดยสิ่งแปลกปลอมที่ว่าคือแบคทีเรีย ไวรัส หรือปรสิต) ซึ่งมีตั้งแต่ระดับทั่วไปจนถึงขั้นอันตรายที่สามารถทำให้เกิดไตวายและอวัยวะภายในล้มเหลวได้เลยทีเดียว วิธีแก้ไขเบื้องต้น หลายๆ คนน่าจะรู้กันบ้างแล้วว่าต้องกินเกลือแร่เข้าไปเพื่อป้องกันภาวะช็อกจากอาการขาดน้ำและเกลือแร่ แต่การเติมน้ำเข้าไปในร่างกายไม่ได้ช่วยให้ความรุนแรงลดลงและไม่ได้รักษาอาการท้องเสียให้หายไวขึ้น

         ระยะเวลาทั่วไปที่สามารถหายได้เองอย่างน้อยที่สุดภายใน 1 วันไปจนถึงสัปดาห์ (หรือมากกว่านั้น) ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการ และขึ้นอยู่กับความแข็งแรงของแต่ละบุคคลอีกด้วย

        โปรไบโอติกส์: ตัวช่วยรับมืออาหารเป็นพิษ

        โปรไบโอติกส์เป็นจุลินทรีย์ดีที่เป็นมิตรต่อร่างกายของเรา โดยเฉพาะในลำไส้ที่ถือว่าเป็นด่านหน้าของระบบภูมิคุ้มกัน และที่สำคัญโปรไบโอติกส์ยังมีส่วนช่วยในการรับมือกับอาการท้องเสีย และทำให้อาการท้องเสียฉับพลัน (acute diarrhea) ดีขึ้นไวอีกด้วย (แต่ไม่ได้แปลว่ากินของบูดเป็นฟองเข้าไปแล้วจะไม่เกิดความผิดปกติใดๆ นะ) เนื่องจากเป็นการเติมจุลินทรีย์ดีเข้าไปในร่างกายเพื่อปรับสมดุลในลำไส้ และช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน ซึ่งโดยปกติโปรไบโอติกส์ช่วยลดระยะเวลาการเกิดอาการท้องร่วงได้ไวสุดประมาณ 25 ชั่วโมง

        บางทีการกินยาปฏิชีวนะเพื่อฆ่าเชื้อก็อาจไม่ใช่ทางเลือกที่ดีเสมอไป เพราะยาปฏิชีวนะไม่เพียงแต่กำจัดแบคทีเรียและไวรัสตัวร้ายเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อจุลินทรีย์ดีโปรไบโอติกส์ในลำไส้ของเราอีกด้วย เมื่อเกิดภาวะที่ไม่สมดุลก็จะส่งผลกระทบต่อระบบอื่นต่อไปเป็นโดมิโน

        อาการท้องเสียเป็นความผิดปกติที่ทรมานอยู่ไม่น้อย เพราะนอกจากจะเจ็บปวดแล้วยังส่งผลให้ร่างกายไม่มีแรง ทำกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างไม่เต็มประสิทธิภาพ รวมไปถึงทำให้สุขภาพจิตแย่จากอาการเจ็บป่วยอีกด้วย ซึ่งคงจะไม่เป็นอะไรมากถ้าเราอยู่บ้านและเข้าห้องน้ำได้สะดวกสบาย พักผ่อนได้เต็มที่ แต่ปัญหาจะเกิดขึ้นเมื่อต้องอยู่ข้างนอก หรืออาจต้องลาหยุดเพราะอาการเจ็บป่วยกระทบต่อประสิทธิภาพการทำงาน ดังนั้น ป้องกันไว้ดีกว่าแก้หรือเป็นแล้วหายไวขึ้น กลับมาเป็นปกติได้เร็วขึ้นกว่าเดิมก็น่าจะเป็นทางเลือกที่ดี

 

อ้างอิง
https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC6532699/

SAS Food Supplement.

bioshot
blissly bioshot
biocap7
blissly biocap 7

ซ่อมแซมก่อนส่งซ่อม bioshot ตัวช่วยในการดูแลสุขภาพ

author : ก้อนขนมปัง

PICK

Date : 26 MAR 2021

        “Health is not valued till sickness comes. (เราจะเห็นค่าของสุขภาพ ก็ต่อเมื่อความเจ็บป่วยมาเยือน)” คำพูดตรงไปตรงมาของ Thomas Fuller นักประวัติศาสตร์ที่สำคัญของโลกเตือนให้ฉุกคิดถึงวิถีชีวิตของเราที่เป็นอยู่ ณ ตอนนี้ ด้วยชีวิตที่เร่งรีบ ความเครียด ความกดดันจากหน้าที่ต่างๆ ทำให้ ‘ร่างกาย’ สิ่งสำคัญที่จะอยู่คู่กับเราไปตลอดชีวิตเริ่มส่งสัญญาณเตือน

        แต่สังเกตไหมว่าส่วนใหญ่เราจะแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ เมื่อเจ็บป่วย จึงค่อยกินยา ร่างกายไม่ปกติ จึงค่อยไปหาหมอ แต่น้อยคนที่จะใส่ใจสุขภาพในการตรวจสุขภาพประจำปี หรือดูแลร่างกายเป็นประจำเพียงเพราะเห็นคุณค่าของร่างกายตัวเองก่อนที่จะเกิด ‘สัญญาณเตือน’ ที่จริงแล้วกลไกการทำงานของร่างกายนั้นซับซ้อน แต่เรียบง่าย ความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นทำให้เรารับรู้ว่ามีบางอย่าง ‘ไม่ปกติ’ เพราะฉะนั้นในภาวะที่ไม่รู้สึกเจ็บป่วยอะไรเราจึงคิดว่า ‘ปกติ’ แต่เคยคิดไหมว่าร่างกายเราจะปกติอีกนานเท่าไหร่ หรือจะเจ็บป่วยขึ้นมาตอนไหน

        จริงอยู่ที่ร่างกายมีกลไกซ่อมแซมตัวเองได้ แต่เงื่อนไขคือร่างกายต้องอยู่ในสภาวะที่ทุกระบบทำงานสมดุลกัน ดังนั้นวิธีการดูแลร่างกายให้แข็งแรงเป็นเรื่องง่ายๆ ที่ทุกคนรู้ เช่น พักผ่อนให้เพียงพอ และกินอาหารให้ครบ 5 หมู่นั่นเอง แต่จริงๆ แล้วร่างกายเราไม่ได้ต้องการเพียงแค่นั้น เคล็ดลับที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือการเติม ‘โปรไบโอติกส์’ หรือเชื้อจุลินทรีย์ดีเข้าสู่ร่างกายเพื่อช่วยเสริมระบบภูมิคุ้มกัน เป็นตัวช่วยเรื่องระบบขับถ่าย ปรับสมดุลของร่างกายให้ทำงานได้อย่างปกติ ลดความรุนแรงของกรดไหลย้อน นอกจากนี้ยังเป็นส่วนช่วยในการป้องกันมะเร็งลำไส้อีกด้วย

        bioshot ซินไบโอติกส์ที่เต็มไปด้วยโปรไบโอติกส์มีชีวิตสูงสุด 11 ชนิด พร้อมด้วยพรีไบโอติกส์รวมไว้ในซองเดียวเพื่อประสิทธิภาพการทำงานที่ครบถ้วน เชื้อทนต่อกรดในกระเพาะ เหมาะกับสภาพอากาศประเทศไทย ซึ่ง bioshot ไม่ใช่อาหารเสริม แต่เป็นอาหารหมู่ที่ 6 ที่ควรกินทุกวันเพื่อการดูแลสุขภาพที่ดี เพียงวันละ 1 ซองพร้อมมื้ออาหาร ง่ายๆ แม้ในวันที่เร่งรีบ พร้อมรสโยเกิร์ตหอมอร่อยที่ทำให้การกินโปรไบโอติกส์แบบผงง่ายกว่าเดิม

        ภัยร้ายที่ก่อตัวเงียบๆ เราจะรู้สึกตัวก็ต่อเมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว ถ้าโชคดีหน่อยก็จะพบเร็วและรักษาได้ทันท่วงที แต่ถ้าไม่ล่ะ?

        เพราะเราไม่มีทางรู้ได้เลยว่าวันไหนร่างกายเราจะเจ็บป่วย การป้องกันไว้ก่อนน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

 

สั่ง bioshot โปรไบโอติกส์และพรีไบโอติกส์เต็มช็อต เพื่อสุขภาพลำไส้ที่ดีของเราและคนที่เรารักได้แล้วที่:

Lazada: http://bit.ly/sasxlazada

Shopee: http://bit.ly/sasxshopee

Line Shop : http://bit.ly/sasxlineshop

Chocolate lovers ถูกใจสิ่งนี้ blissly Milky Pro รส ON THE CHOC รสช็อกโกแลตเน้นๆ อร่อยเต็มเม็ด

author : ก้อนขนมปัง

PICK

Date : 19 MAR 2021

        เชื่อว่าถ้าใครได้ดูภาพยนตร์เรื่อง ‘ชาร์ลีกับโรงงานช็อกโกแลต’ (หรือชื่อภาษาอังกฤษว่า Charlie and the Chocolate Factory ที่นำแสดงโดยนักแสดงเจ้าบทบาทอย่างป๋าจอห์นนี่ เดปป์นั่นเอง) คนที่ชื่นชอบช็อกโกแลตหลายคนคงอยากไปเที่ยวโรงงานนั้นสักครั้งในชีวิต และนึกภาพตัวเองนอนกลิ้งอยู่บนภูเขาช็อกโกแลต นอนแช่อ่างที่เต็มไปด้วยช็อกโกแลต น้ำพุช็อกโกแลตร้อนที่สามารถตักกินได้ตามต้องการ และอื่นๆ อีกมากมายแล้วแต่จะจินตนาการ

       แต่รู้หรือไม่? ช็อกโกแลตอยู่คู่โลกเรามานานถึง 2,500 ปีแล้วนะ!

        ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว เราไปทำความรู้จักช็อกโกแลตแสนอร่อยและเต็มไปด้วยประโยชน์กันสักหน่อยดีกว่า

ช็อกโกแลต ของหวานที่มีประโยชน์จากพรีไบโอติกส์ (Prebiotic)

        เมื่อ 2,500 ปีที่แล้ว ในสมัยโบราณได้มีการค้นพบโกโก้โดยชนเผ่า Aztecs ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่มีค่ามาก ไม่ต่างจากเงินสกุลหนึ่งเลยทีเดียว โดยในตอนนั้นยังเป็นโกโก้ที่ยังไม่ได้มีการผสมความอร่อยเพิ่มเติม (เช่น น้ำตาล นม) เข้าไป จนปี 1828 ที่นักเคมีชาวดัตช์ชื่อว่า ‘Coenraad Van Houten’ ได้คิดค้นเครื่องอัดไฮดรอลิกส์ที่สามารถแยกโกโก้บัตเตอร์ (Cocoa butter) ออกจากเมล็ดโกโก้และเกิดเป็นผงโกโก้ที่นำไปสู่การผลิตช็อกโกแลตแสนอร่อยขึ้นมา โลกของเราก็ดูน่าอยู่ขึ้น

        และประวัติอันยาวนานของช็อกโกแลตที่เล่าทั้งวันก็คงไม่หมด ประกอบกับความอร่อยที่เป็นเอกลักษณ์ถูกปากทุกเพศทุกวัย พร้อมด้วยประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย (เน้นไปที่ดาร์กช็อกโกแลตนะ) เช่น ช่วยลดความเครียด บำรุงหัวใจ บำรุงหลอดเลือดให้แข็งแรง เป็นตัวช่วยทำให้อารมณ์ดี ชะลอความชรา ฯลฯ

        เท่านั้นยังไม่พอ รู้หรือไม่ว่าในช็อกโกแลตยังมีส่วนประกอบของพรีไบโอติกส์อีกด้วย โดยเจ้าพรีไบโอติกส์ที่ว่านี้คือใยอาหารที่ไม่สามารถย่อยในกระเพาะอาหารของเราได้ แต่จะถูกย่อยโดยโปรไบโอติกส์ที่เป็นจุลินทรีย์ดีในลำไส้นั่นเอง หรือถ้าจะให้เข้าใจง่ายๆ พรีไบโอติกส์คืออาหารของโปรไบโอติกส์ที่มีส่วนช่วยกระตุ้นการขับถ่าย ปรับสมดุลลำไส้ ทั้งยังเป็นตัวช่วยลดอัตราเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็งลำไส้อีกด้วย และเมื่อสองอย่างนี้ทำงานร่วมกันเราจะเรียกพวกเขาว่า ‘ซินไบโอติกส์ (Synbiotic)’ อย่างที่เคยได้ยินกันบ่อยๆ นั่นเอง

จากช็อกโกแลตสู่รสชาติในโปรไบโอติกส์อัดเม็ด หอม ละมุน เอาใจเหล่า Chocolate lovers

        ช็อกโกแลต เอาอะไรมาผสมก็อร่อยไปหมด ตั้งแต่น้ำตาล นม ธัญพืช ไปจนถึงแอลกอฮอล์ (เด็กๆ ต้องห้ามใจกับช็อกโกแลตขนิดนี้ก่อนนะ) จึงทำให้เกิดผลิตภัณฑ์จากช็อกโกแลตมากมาย และหนึ่งในนั้นก็คือผลิตภัณฑ์รสช็อกโกแลต เช่น ลูกอม นมอัดเม็ด แต่เชื่อไหมว่าโปรไบโอติกส์อัดเม็ดก็มีรสช็อกโกแลตกับเขาด้วย!

        blissly Milky Pro รส ON THE CHOC ผลิตภัณฑ์โปรไบโอติกส์อัดเม็ด รสช็อกโกแลตเน้นๆ เหมาะสำหรับ Chocolate lovers อร่อย ละมุนลิ้น ประหนึ่งซดช็อกโกแลตร้อนท่ามกลางอากาศหนาว พร้อมคุณค่าจากโปรไบโอติกส์มีชีวิตอย่าง Bacillus coagulans ที่ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกัน และช่วยในการดูดซึมโปรตีน มีแคลเซียมจากนมเพื่อสุขภาพร่างกายที่ดี ถือว่าเป็นของกินเล่นยามว่างแทนขนมและช็อกโกแลตที่กินมากไปอาจเกิดข้อเสียได้ พร้อมประโยชน์จากโปรไบโอติกส์ที่ผ่านกรรมวิธีเฉพาะเพื่อรักษาคุณค่าให้ครบถ้วนมากที่สุด สัมผัสความอร่อยเข้ม เต็มเม็ด และส่งมอบสิ่งดีๆ ให้คนที่เรารัก

       ยิ่งในช็อกโกแลตที่มีพรีไบโอติกส์เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เมื่อมารวมกับโปรไบโอติกส์ใน Milky Pro ก็ยิ่งทำให้โปรไบโอติกส์ทำงานได้ดีมากขึ้น เรียกได้ว่าเป็นการฟิวชั่นช็อกโกแลตผสานกับประโยชน์ของจุลินทรีย์ดีเพื่อร่างกายที่แข็งแรง และอร่อยถูกปากอย่างคาดไม่ถึง

        เคยมีคำพูดที่ว่า “There is nothing better than a friend, unless it is a friend with chocolate.” ส่วนเราก็คงพูดได้ว่า “ไม่มีอะไรดีไปกว่าเพื่อน นอกจากเพื่อนที่มาพร้อมกับ Milky Pro รสช็อกโกแลต” เพราะนอกจากเพื่อนจะนำของอร่อยมาให้แล้ว ยังพกประโยชน์มาฝากเต็มเม็ดอีกด้วย

สั่งซื้อคลิก

เรื่องเล่าของ bioshot แบรนด์ที่ทำให้โปรไบโอติกส์เป็นจุลินทรีย์สามัญประจำมื้อ

author : SAS Team

PICK

Date : 17 MAR 2021

        ถ้าเราเข้าไปที่หน้าเว็บไซต์ขององค์การระบบทางเดินอาหารโลก (WGO) จะพบว่านอกจากโรคเกี่ยวกับทางเดินอาหารอย่างท้องผูก ลำไส้แปรปรวน กรดไหลย้อน แล้วยังมีหัวข้อโปรไบโอติกส์และพรีไบโอติกส์แยกต่างหากด้วย ความสำคัญของโปรไบโอติกส์ยังทำให้มีหนังสือและงานวิจัยตามมาชนิดที่นับนิ้วแทบไม่หวาดไม่ไหว

        โรคเกี่ยวกับทางเดินอาหารสำหรับเราจัดเป็นความทรมานแบบไม่มีขอบเขต หลายคนท้องผูก ต้องกินยาระบายหรือดีท็อกซ์เพื่อขับถ่าย หลังกินอาหารอาการท้องผูกก็วนกลับมาอีกซ้ำแล้วซ้ำเล่า

        โรคเกี่ยวกับทางเดินอาหารส่วนมากมักเกิดกับคนที่มีจุลินทรีย์ไม่ดีในลำไส้มากเกินไป จึงจำเป็นต้องเติมจุลินทรีย์ดีโปรไบโอติกส์อยู่เสมอเพื่อให้จุลินทรีย์ในลำไส้สมดุล

        bioshot เป็นซินไบโอติกส์เจ้าแรกๆ ในไทยที่ไม่ใช่แค่คัดเลือกสายพันธุ์จุลินทรีย์โปรไบโอติกส์ให้กระจายตัวไปตามจุดต่างๆ ของระบบทางเดินอาหารอย่างสมดุล แต่ยังตั้งใจจะกระจายความรู้และผลิตภัณฑ์ให้เข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้คนด้วย

เพราะป่วยจึงเข้าใจ

        bioshot มีจุดเริ่มต้นมาจากคนที่เคยเผชิญหน้ากับโรคลำไส้แปรปรวน โรคที่ทั้งทรมานและน่ารำคาญจากอาการปวดท้อง ท้องผูกสลับท้องเสีย แม้จะกินยาปฏิชีวนะ แต่จุลินทรีย์ดีและไม่ดีในลำไส้ยังขาดความสมดุล อาการป่วยก็ยังคงวนเวียนแบบที่ว่าคนไม่ป่วยคงไม่เข้าใจ ระหว่างรักษาอย่างไม่ลดละ คำว่า โปรไบโอติกส์ ได้ผ่านเข้ามาเหมือนแสงสว่างปลายอุโมงค์

        ไม่ใช่ทำผลิตภัณฑ์อย่างไรจึงจะขายได้ แต่เป็นทำผลิตภัณฑ์อย่างไรจึงจะช่วยคลายทุกข์จากโรคทางเดินอาหารได้

         เมื่อเป้าหมายชัด bioshot จึงจับมือกับทีมวิจัยและพัฒนาด้านจุลินทรีย์โดยเฉพาะ สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์โปรไบโอติกส์ที่สามารถรับประทานได้ทุกวันและช่วยบรรเทาอาการป่วยได้จริง

อาหารหลักหมู่ที่ 6 ที่จำเป็นต่อร่างกาย

        เราเดินเข้าร้านสะดวกซื้อหยิบนมสักกล่องเพื่อเสริมแคลเซียมให้ร่างกายได้เลย แต่ถ้าอยากเติมโปรไบโอติกส์ให้ลำไส้แบบไม่มีน้ำตาลแถมมาด้วยก็อาจไม่ง่าย bioshot จึงออกแบบมาเป็นซองเล็กๆ สำหรับหยิบกินวันละช็อตพร้อมมื้ออาหารได้อย่างสะดวก

นักวิจัยและพัฒนาของแบรนด์ทุ่มเททดลองจนได้จุลินทรีย์ 11 ชนิดคือ Bifidobacterium longum, Bifidobacterium bifidum, Bifidobacterium breve, Bifidobacterium lactis, Bifidobacterium infantis, Enterococcus faecium, Lactobacillus paracasei, Saccharomyces cerevisiae subsp. boulardii, Lactobacillus rhamnosus, Lactobacillus acidophilus และ Bacillus coagulan ที่คัดเลือกมาแล้วว่ากระจายตัวไปตามจุดต่างๆ ของระบบทางเดินอาหารอย่างทั่วถึง มีเชื้อโปรไบโอติกส์ 10,000 ล้านตัว* ซึ่งเพียงพอกับความต้องการของร่างกาย และช่วยเลี่ยงความเสี่ยงเกิดผลข้างเคียงจากการรับเชื้อจำนวนมากในครั้งเดียว

ใส่ใจเรื่องการดูแลเชื้อให้มีชีวิตมาเป็นอันดับแรก

        ไม่ใช่แค่จำนวนเชื้อโปรไบโอติกส์มากแค่ไหน สิ่งสำคัญที่สุดคือเชื้อสามารถมีชีวิตรอดจนถึงลำไส้ได้เพียงพอกับที่ร่างกายต้องการหรือไม่ นี่คือเรื่องที่แบรนด์ bioshot เน้นย้ำและพยายามรักษามาตรฐานเอาไว้อย่างเข้มข้น

        เพราะเข้าใจความรู้สึก รู้ว่าทุกคนที่กำลังรับมือกับความเจ็บป่วยจากลำไส้ต้องอดทนดูแลตัวเองทั้งการกินและการนอนไม่แพ้ใครๆ แบรนด์จึงตั้งใจดูแลเชื้อตลอดระยะเวลาการผลิตเพื่อให้จุลินทรีย์ดีโปรไบโอติกส์มีชีวิตจนถึงลำไส้

       ถ้ามองในมุมคนที่ท้องไส้ไม่ค่อยดีแบบเรา bioshot เป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่จะเข้าไปอยู่ในลิสต์ของกินประจำวันอย่างที่แบรนด์ตั้งใจไว้แน่นอน เพราะพกพาง่าย แถมยังได้รสหวานอมเปรี้ยวของโยเกิร์ต ที่สำคัญมั่นใจได้ว่าจุลินทรีย์ดีจะมีชีวิตจนถึงลำไส้และทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ

สั่ง bioshot โปรไบโอติกส์และพรีไบโอติกส์เต็มช็อต เพื่อสุขภาพลำไส้ที่ดีได้แล้วที่ :

สั่งซื้อคลิก

เมื่อขนมเป็นโทษต่อร่างกาย Milky Pro ทางเลือกสุขภาพสำหรับคนชอบของกินเล่น

author : ก้อนขนมปัง

PICK

Date : 16 MAR 2021

เมื่อพูดถึง ‘ขนม’ จะนึกถึงอะไรเป็นอย่างแรก?

       น้ำตาล แป้ง โซเดียม สิ่งที่เป็นภัยต่อร่างกาย…

        ขนมหรือของกินเล่นส่วนใหญ่มีส่วนประกอบของแป้ง น้ำตาล ไขมัน โซเดียมและผงปรุงรสในปริมาณสูง แน่นอนว่ามันส่งผลเสียต่อร่างกายเมื่อได้รับเกินความจำเป็น (และส่วนใหญ่ร่างกายก็ไม่ได้ต้องการสิ่งเหล่านี้มากเท่าไหร่หรอก) แต่ก็อร่อย กินเพลินในขณะที่ดูหนัง อ่านหนังสือ หรือนั่งคุยกับกลุ่มเพื่อนฝูง การกินในปริมาณน้อยอาจไม่ส่งผลอะไรมาก แต่เมื่อได้รับมากเกินไป หรือติดต่อกันเป็นเวลานานอาจเกิดโรคอ้วน เบาหวาน โรคไต ไขมันอุดตันในเส้นเลือด มะเร็ง ฯลฯ ตามมาได้ (เรียกได้ว่าสะดวกปาก ลำบากร่างกายนั่นแหละ)

        เชื่อว่าหลายคนต้องเจอปัญหาการที่กินแล้วรู้สึกผิด แต่สุดท้ายก็ยังอยากกิน และการพยายามห้ามใจก็ยิ่งทรมานเข้าไปอีก จึงเลือกกินขนมคลีนแทน ซึ่งก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจอยู่เหมือนกัน

แล้วถ้ามีสิ่งที่มีประโยชน์ และกินเล่นเหมือนขนมได้ล่ะ?

        จากความรู้สึกผิดเมื่อครู่ ได้กลายเป็นการแก้ปัญหาด้วยการผลิตสิ่งที่เป็น ‘ทางเลือก’ ขึ้นมา สำหรับคนที่ชื่นชอบการกินขนมหรือของจุกจิกเพื่อไม่ให้ปากว่าง กินเพลินๆ ระหว่างเรียนหรือทำงาน ซึ่งเป็นสิ่งที่กินเล่นได้เหมือนขนมและมีประโยชน์อยู่ในนั้นด้วย

        พลิกวงการของกินเล่น ด้วยผลิตภัณฑ์โปรไบโอติกส์เม็ดจาก blissly milky pro เต็มไปด้วยโปรไบโอติกส์ที่มีชีวิตอย่างสายพันธุ์ Bacillus coagulans ที่ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ทั้งยังช่วยดูดซึมโปรตีน มีแคลเซียมจากนมเสริมความแข็งแรงให้ร่างกาย นอกจากจะมีประโยชน์แล้วยังอร่อยด้วยรสชาติที่ถูกปาก อย่างรส ON THE CHOC ช็อกโกแลตแน่นๆ อร่อยเข้มข้น และรส REALITY IN WHITE เปรี้ยว หวาน ได้รสโยเกิร์ต อร่อยจริงทุกคำ เหมาะกับทุกเพศทุกวัย ทั้งวัยรุ่น วัยทำงาน หรือซื้อไปให้คนสำคัญในครอบครัวก็น่าสนใจ

        ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไป เราจึงหันมาใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น ยิ่งอยู่ในสภาวะของการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ยิ่งเป็นตัวเร่งให้ดูแลร่างกายกันเข้าไปอีก การควบคุมปริมาณสารอาหารที่รับเข้าไปเป็นเรื่องสำคัญ แต่เราสามารถกินอาหารกินเล่นที่มีประโยชน์และอร่อยได้ในเวลาเดียวกัน โดยไม่ต้องทรมานกับของที่มีประโยชน์ แต่ส่วนใหญ่หลายคนคงลงความเห็นว่าไม่อร่อย (ฮา!) หรือไม่ต้องรู้สึกผิดกับการกินของกินเล่นอีกต่อไป

 

blissly Milky Pro รส REALITY IN WHITE: http://bit.ly/milkyprowhite

blissly Milky Pro รส ON THE CHOC: http://bit.ly/milkyprochoc

โปรไบโอติกส์กับจำนวนเชื้อ กินแค่ไหนถึงดีที่สุด

author : วิลสัน วันเดอร์แลนด์

READ

Date : 24 Feb 2021

        ความเชื่อที่ว่า เหลือดีกว่าขาด อาจไม่ได้ดีกว่าเสมอไปเมื่อพูดถึงโปรไบโอติกส์

        ในจักรวาลลำไส้ของเรามีจุลินทรีย์ 100 ล้านล้านตัวอาศัยอยู่ คล้ายกับผู้คนนับล้านที่อาศัยในสังคม มีทั้งคนดีและคนไม่ดีจับจองพื้นที่อยู่ทุกหนทุกแห่ง ในลำไส้มีโปรไบโอติกส์ที่ช่วยให้จุลินทรีย์ดีสมดุลกับจุลินทรีย์ไม่ดี ทำให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารได้เต็มที่ และยังช่วยดูแลระบบภูมิคุ้มกันไปจนถึงดูแลอารมณ์แของเราด้วย

        เราสามารถเพิ่มโปรไบโอติกส์ให้ร่างกายได้ด้วยอาหารที่รับประทานในแต่ละวันอย่างโยเกิร์ต นมเปรี้ยว คอมบุชา กิมจิ หรือผลิตภัณฑ์อาหารเสริมโปรไบโอติกส์ที่หลายปีมานี้มีการขยายตลาดอย่างต่อเนื่อง ถ้าลองสุ่มหยิบผลิตภัณฑ์อาหารเสริมโปรไบโอติกส์มาดูแน่นอนว่าต้องเห็นตัวย่อ CFU ที่ฉลากเสมอ ตัวอักษรภาษาอังกฤษ CFU ในที่นี้ย่อมาจาก Colony forming unit เราขอนิยามง่ายๆ ว่าเป็นหน่วยนับจำนวนจุลินทรีย์ที่สร้างอาณานิคม

        บางผลิตภัณฑ์มีจำนวนจุลินทรีย์ 1 พันล้าน CFU ไปจนถึง 5 หมื่นล้าน CFU เลย อันที่จริงปริมาณเชื้อโปรไบโอติกส์ที่เหมาะสมในแต่ละวันคือ 1 พันล้าน – 1 หมื่นล้านตัว (CFU) ตามสถาบันสุขภาพแห่งชาติ บางคนอาจคิดว่ายิ่งมากยิ่งดี แต่ไม่ใช่กับโปรไบโอติกส์ เพราะการรับประทานเชื้อจำนวนมากไม่ได้หมายความว่าจะได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า กลับกันอาจเกิดผลข้างเคียงที่ทำให้ไม่สบายตัว ไม่ว่าจะเป็นมีแก๊สส่วนเกินจนท้องอืด บางคนอาจปวดท้อง หรือท้องร่วงเลยทีเดียว

” การรับประทานเชื้อจำนวนมากไม่ได้หมายความว่าจะได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า กลับกันอาจเกิดผลข้างเคียงที่ทำให้ไม่สบายตัว “

        แต่ไม่ต้องตกใจไป เพราะสำหรับคนทั่วไปการรับประทานโปรไบโอติกส์เกินขนาดไม่ทำให้อัตรายถึงชีวิต แต่ในคนที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ เพิ่งได้รับการผ่าตัดหรือกำลังฟื้นตัวจากโรคร้ายแรงโรคร้ายแรงจะต้องระวังเป็นพิเศษ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทานจึงจะดีที่สุด นอกจากผลข้างเคียงที่อาจเกิดเพราะรับประทานโปรไบโอติกส์มากเกินไป สำหรับบางคนที่รับประทานอาหารเสริมโปรไบโอติกส์เป็นครั้งแรกก็อาจรู้สึกไม่สบายตัวเพราะแก๊สได้ แต่ก็ยังถือว่าพบได้น้อยมาก ใช้เวลาไม่นานอาการผิดปกติจะค่อยๆ หายไปหลังจากที่ร่างกายเริ่มปรับตัวได้แล้ว

       สิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้จำนวนเชื้อคือโปรไบโอติกส์ที่เรารับประทานเข้าไปสามารถทนต่อกรดในกระเพาะและอยู่รอดในลำไส้ได้แค่ไหน ดังที่เรามักเห็นว่าโยเกิร์ตที่วางขายในร้านสะดวกซื้อถูกเก็บไว้ในชั้นวางที่มีความเย็นตลอดเวลา เพราะความเย็นจะช่วยยืดอายุจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ได้นั่นเอง ซึ่งบางครั้งจุลินทรีย์ดีโปรไบโอติกส์อาจเสียชีวิตก่อนที่เราจะได้รับประทานเข้าไป เหลือไว้เพียงน้ำตาลรสหวานเดินทางเข้าจับจองพื้นที่ส่วนต่างๆ ของร่างกาย

        จริงๆ แล้วในอาหารที่เรารับประทานทุกวันเป็นปกติก็อาจมีจุลินทรีย์ดีอยู่เช่นกัน จึงไม่จำเป็นต้องหักโหมรับประทานโปรไบโอติกส์ในปริมาณมากเกินไป เพียงแค่รับประทานอาหารที่สมดุลคู่ไปกับอาหารเสริมอย่างพอดีและสม่ำเสมอ เปลี่ยนจากความเชื่อเหลือดีกว่าขาดมาเป็นความสมดุลก็ช่วยให้สุขภาพดีได้

 

อ้างอิง
https://ods.od.nih.gov/factsheets/Probiotics-HealthProfessional/
https://www.insider.com/can-you-overdose-on-probiotics

SAS Food Supplement.

bioshot
blissly bioshot
biocap7
blissly biocap 7

นมจากยีสต์ ที่ใช้ทดแทนนมวัวได้ ไม่ทำร้ายสัตว์และสิ่งแวดล้อม

author : วิลสัน วันเดอร์แลนด์

READ

Date : 10 Feb 2021

        จะดีแค่ไหนถ้าได้ดื่มนมวัว โดยที่ไม่ต้องทรมานแม่วัว

        หลายปีมานี้วงการด้านเทคโนโลยีชีวภาพทั่วโลกต่างพากันมองหาสิ่งที่จะนำมาใช้ทดแทนนมวัว ในอุตสาหกรรมผลิตนม เนื่องจากความต้องการนมวัวที่เพิ่มขึ้นในช่วงหลังมานี้เพิ่มความความทุกข์ทรมานให้กับแม่วัว จากการเลี้ยงที่ต้องทำทุกอย่างเพื่อให้ได้น้ำนมเพียงพอสำหรับตลาด โดยศาสตราจารย์ประจำมหาวิทยาลัย Tel Aviv ได้เริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงนี้ด้วยการนำยีสต์มาใช้แทน

PIC A Photo by Mehrshad Rajabi on Unsplash

        เมื่อพูดถึงนมจากยีสต์ หลักการในการผลิตที่นักวิจัยยึดถือคือจะต้องได้น้ำนมที่รสสัมผัสและกลิ่นไม่ต่างกับนมวัว รวมถึงคุณค่าทางโภชนาการสำคัญที่ได้จากนมสัตว์ก็ต้องไม่หายไป ผู้คนจะได้ดื่มนมวัวในรสชาติที่คุ้นเคยและสารอาหารครบถ้วนแต่ไม่ทำร้ายสิ่งแวดล้อม ไม่ต้องทรมานวัวแม่พันธุ์ นักวิจัยยังบอกอีกว่าอันที่จริงนมจากยีสต์จะให้ประโยชน์กับผู้บริโภคมากกว่านมวัวอีกด้วย เนื่องจากไม่มีคอเลสเตอรอลและแลคโตส นั่นหมายความว่าใครที่แพ้แลคโตสในนมวัวก็สามารถลิ้มรสชาติของนมจากนมยีสต์ได้โดยไม่ต้องกลัวท้องเสีย

 

” นมจากยีสต์จะให้ประโยชน์กับผู้บริโภคมากกว่านมจากวัว เนื่องจากไม่มีคอเลสเตอรอลและแลคโตส “

 

        นักวิทยาศาสตร์ยังเชื่อว่าในเวลาอันใกล้นี้เราจะได้ดื่มนมจากยีสต์ที่มีโปรตีนในราคาไม่แพงและคุณภาพสูง นอกจากยีสต์แล้วยังมีการต่อยอดทดลองผลิตนมจากจุลินทรีย์ ซึ่งทั้งยีสต์และจุลินทรีย์ดีต่างก็เป็นสิ่งที่คอยช่วยดูแลลำไส้ของเรา จุลินทรีย์ชนิดดีอย่างโปรไบโอติกส์จะช่วยให้ระบบย่อยอาหารและลำไส้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ แม้ว่านมจากจุลินทรีย์อาจมีราคาแพง แต่ก็นับเป็นโจทย์ที่ผู้เชี่ยวชาญต้องแก้ปัญหาต่อไป เพื่อให้ได้นมยีสต์รสชาติเหมือนนมวัวและเต็มไปด้วยสารอาหารครบถ้วน

        ในอีกไม่กี่ปีหลังจากนี้เราอาจมีนมจากยีสต์หรือจุลินทรีย์ที่วางขายทั่วไปไม่ต่างจากนมวัวในปัจจุบันก็ได้ใครจะไปรู้

        blissly bioshot ไม่ใช่นมจากจุลินทรีย์แต่เป็นจุลินทรีย์ดีโปรไบโอติกส์ที่มีชีวิตสูงสุด 11 ชนิด และพรีไบโอติกส์ 2 ชนิด รสโยเกิร์ต มั่นใจได้ว่าเชื้อทนต่อกรดในกระเพาะและเหมาะกับสภาพอากาศประเทศไทย ช่วยปรับสมดุลระบบขับถ่าย ระบบประสาท เสริมภูมิคุ้มกันให้ร่างกายได้ง่ายและอร่อยเพียงวันละช็อต

สร้างนิสัยสุขภาพดี แม้ในวันที่เร่งรีบ

Order click

 

อ้างอิง
https://phys.org/news/2021-01-yeast-cow.html

SAS Food Supplement.

bioshot
blissly bioshot
biocap7
blissly biocap 7