น้ำมันหอมสมุนไพร ที่เกิดจากธรรมะและความไม่อยากแก่

author : SAS Team

WAY

Date : 5 Feb 2021

        ดีกับทุกประสาทสัมผัส น่าจะเป็นสิ่งที่ครอบครัว โชวใจมีสุข ยึดถือเป็นลำดับแรกๆ ถัดจากหลักธรรมะ

        ธรรมะ ไม่ใช่ แค่บทสวดมนต์

        สมาชิกบ้านโชวใจมีสุขทำให้เราเห็นว่าธรรมะอยู่ในทุกจังหวะของการใช้ชีวิต

พระทำ

        กลิ่นสมุนไพรจากน้ำมันหอม ‘มีสุข’ ฟุ้งกระจายพอให้ได้รู้สึกสดชื่น คุณนัท ณรงค์ศักดิ์ โชวใจมีสุข เล่าให้เราฟังว่าครอบครัวได้สูตรมาจากพระอาจารย์ที่เคารพนับถือในจังหวัดสุพรรณบุรี ท่านมักจะทำสมุนไพรไว้ใช้และแจกจ่ายให้ลูกศิษย์ที่มาบวชเรียน

        หลังจากที่ทุกคนได้ลองจนชอบ จึงเริ่มทำใช้เองในครอบครัวและแบ่งปันให้คนใกล้ชิด “ตอนแรกๆ คือทำแจกครับ แม่พี่ไม่คิดจะขายอยู่แล้ว ทำเสร็จก็แจก พอกลับมากรุงเทพฯ เราก็เอามาปรับสูตรเองให้ใช้แล้วหอมไม่เหมือนใส่สารน้ำหอม”  คุณนัทเล่าต่อว่าการปรับสูตรเองนั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเสียทีเดียว

ผู้ปฏิบัติทำ

        “ทำแล้วเสียต้องทิ้งก็มี ดมแล้วไม่หอมก็มีนะ เราต้องต้มแล้วก็เคี่ยวใช่ไหม แรกๆ ก็ระเหยทิ้งไปเยอะเหมือนกัน” ประสบการณ์ลองผิดลองถูกไหลผ่านบทสนทนา ท่ามกลางการร่วมแรงร่วมใจของคุณแม่ คุณนัท และน้องสาว พร้อมอุปกรณ์ใกล้ตัว และห้องครัวที่ถูกใช้เป็นห้องทดลองเฉพาะกิจ

        “ทำกันหลังครัวเลยครับ ต้มเอง อุ่น เคี่ยวในความร้อน ต้องใส่หน้ากากเพราะมันเย็น ระเหยขึ้นมาแสบมือแสบตา” นอกจากความยากในการทนกับความแสบเย็นจากสมุนไพร สมาชิกบ้านโชวใจมีสุขยังต้องร่วมกันลงแรงเพื่อละลายวัตถุดิบหลักให้กลายเป็นน้ำมันหอมระเหยที่เราคุ้นตา “วัตถุดิบที่ใช้ทำเป็นของแข็งทั้งหมด ไม่มีน้ำเลยนะ เรากวนจนกระทั่งเหลวเป็นน้ำใสเหมือนแอลกอฮอล์เลย”

        หลังจากทดลองจนได้สูตรที่ชอบจากส่วนประกอบหลักอย่าง พิมเสน การบูร เมนทอล ยูคาลิปตัส กลายเป็นน้ำมันหอม Homemade เย็นชื่นใจ สีใสจากธรรมชาติ ความชำนาญจึงเริ่มมาเยือน “เสร็จแล้วเราก็เอามาแจก แจกแล้วมีคนเริ่มอยากได้มากขึ้น”

แก้-Calm

       เมื่อความต้องการเพิ่มขึ้น น้ำมันหอมแบรนด์ ‘มีสุข’ จึงได้โอกาสเปิดตัวสู่ตลาดแรกคือที่ทำงานของคุณนัทนั่นเอง “พี่เอามาใช้ในห้องประชุมแล้วคนถาม” คุณนัทเล่ากลั้วเสียงหัวเราะ “พอเราใช้ มีคนมาถามก็เลยบอกว่าลองไหม พอได้ลองแล้วเขาชอบ เขามาขอเพิ่มอีก เลยคิดว่า เออ น่าจะเหมาะกับท้องตลาดนะ” คุณนัทพูดถึงจุดเริ่มต้นของ ‘มีสุข’ ชื่อแบรนด์ที่มาจากนามสกุลตัวเอง

        “เมื่อก่อนพี่ก็ไม่ชอบนะ เพราะมันเหมือนคนแก่ แต่เราเป็นคนขี้เวียนหัวไง พี่ก็แตะๆ ที่ท้ายทอย” คุณนัทยืนยันจากการใช้ด้วยตัวเองว่าน้ำมันหอม ‘มีสุข’ ช่วยบรรเทาความเครียด ช่วยให้ผ่อนคลาย และยังปลอดภัยกับร่างกายด้วย “เรารู้ว่าเราไม่ได้ผสมสารเคมีให้ดม” คุณนัทเล่าต่อ “อย่างเราชอบขึ้นรถลงเรือ เวลาเวียนหัวก็จะหยิบมาดม”

ดวงตาเห็น (และ) ทำ

        น้ำมันหอมในขวดสีดำตรงหน้าเรายังคงส่งกลิ่นชื่นใจตลอดบทสนทนา “เคยเห็นยาดม 2 หัวไหม พอแกะออกมาข้างในเป็นไส้กรองที่เอาไว้ใส่ให้ฉ่ำๆ ที่จริงปริมาตรน้อยมากเลยนะ ขายแพงด้วย” ตัดภาพมาที่น้ำมันหอม ‘มีสุข’ ซึ่งคุณนัทพกไว้ในกระเป๋าทุกใบ “ขวดหนึ่งถ้าไม่หายก่อนก็ใช้ได้เกือบทั้งปีครับ”

        คุณนัทสารภาพกับเราว่าจริงๆ แล้วตัวเองไม่ใช่สายยาดมยาหม่อง แถมยังเคยคิดว่าเป็นไอเทมของคนแก่เท่านั้น “เกิดคำถาม ทำไมยาดมยาหม่องกลายเป็นของคนแก่ วัยรุ่นไม่ใช้หรอก แต่พี่ก็คิดว่าทุกคนต้องเคยเจอกลิ่นเหม็น อาจจะบนแท็กซี่ อย่างพี่เป็นคนขับรถ แค่พี่นั่งรถที่คนอื่นขับก็เวียนหัวแล้ว เท่าที่ฟังหลายคนก็เป็นนะ เวลานั่งหลัง นั่งรถคนอื่น นั่งรถสาธารณะ”

        ด้วยแนวคิดนี้คุณนัทและครอบครัวจึงอยากจะทำน้ำมันหอมที่เป็นของใช้ส่วนตัว วัยรุ่นพกได้โดยไม่อาย “ต้องเท่ด้วย ไม่ใช่พกขึ้นมาแล้วขวดอะไรเนี่ย” คุณนัทยังเล่าต่อถึงแรงบันดาลใจในการทำบรรจุภัณฑ์ “อยากทำให้เติมได้ เพื่อประหยัด แล้วก็หมุนเวียนขวดผลิตภัณฑ์ได้ด้วย”

ดีได้ดี ทำชัวร์ได้ชัวร์

        นอกจากน้ำมันหอม ‘มีสุข’ แล้วก็ยังมีน้ำผัก ‘สุขใจ’ เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพจากธรรมชาติล้วน “ที่บ้านพี่ แม่จะปั่นกินเองอยู่แล้ว เช่น น้ำผัก น้ำนมข้าวโพด น้ำอัลมอนด์” คุณนัทเล่าต่อ

        “หลักๆ มาจากวงการธรรมะครับ พอรวมตัวกัน เจอคนที่ปลูกผักเอง ทำแปลงเกษตรเอง แนะนำกันไปเรื่อยๆ แม่พี่ก็เริ่มไปซื้อผักจากแหล่งที่ปลูกเอง ไม่ใช้สารเคมี ตอนแรกก็ทำน้ำผักปั่นให้คนในบ้านกิน”

        หลังจากชิมน้ำผักฝีมือคุณแม่ครั้งแรก “ปั่นมาขมมาก” คุณนัทเล่าอย่างออกรส จนเราเชื่อแล้วว่าขมจริง “ก็ขึ้นชื่อว่าน้ำผักเนอะ พี่เลยบอกว่าทำไมไม่ทำให้อร่อยไปเลยล่ะ” เมื่อได้รับคอมเมนต์จากลูกชาย คุณแม่ของบ้านโชวใจมีสุขจึงเริ่มลงมือปรับปรุงสูตรด้วยการเติมผลไม้เพิ่มรสชาติ ศึกษาว่ามีผักผลไม้อะไรที่เด่นและกินยากบ้าง

        “พี่คิดว่า เอาอย่างนี้ดีกว่า ถ้ามันกินยาก เราทำอะไรที่กินได้ด้วยแล้วมีประโยชน์ด้วยดีไหม”

        เมื่อพูดถึงชื่อแบรนด์ ‘สุขใจ’ คุณนัทก็บอกกับเราว่า “ที่มาชื่อน้ำสุขใจ ล้อกับนามสกุลพี่ โชวใจมีสุข เราคิดว่ามีสุขภาพกายที่ดี ก็จะมีสุขใจตามมาด้วย”

        ต่อมาจากน้ำผักขมๆ ที่คนในบ้านไม่ชอบจึงกลายมาเป็น น้ำผัก ‘สุขใจ’ ที่มีสีประจำวัน “แม่พี่จะมีน้ำผัก 5 สี เขาจะขายตามสีประจำวันเลย อย่างสีเหลืองก็จะเป็นสูตรหลักๆ จากฟักทอง ขมิ้น” คุณนัทเล่าด้วยน้ำเสียงภูมิใจ และยังบอกอีกว่าทุกขวดของ ‘สุขใจ’ นั้นไม่มีการเจือจาง อาจเพิ่มน้ำผึ้งหรือน้ำตาลจากหญ้าหวานบ้างเพื่อเสริมรสชาติ  

        “เคยไปดูสวนมะม่วงหาวมะนาวโห่ รสเปรี้ยวนำโดด เราเลยลองคิดสูตรที่ยังไม่มีในตลาดขึ้นมาโดยผสมกับมัลเบอร์รี่ ที่บ้านพี่ปลูกมัลเบอร์รี่ในกระถาง สรรพคุณใกล้ๆ กันคือต้านอนุมูลอิสระ” คุณนัทเล่าระหว่างจิบน้ำสุขใจเข้มข้นรสละมุน “พี่เชื่อว่ามันต้องครอบคลุมทั้งสองเรื่องนะ อร่อยด้วย สุขภาพดีด้วย”

        โภชนาการคู่ความอร่อย Nutritious With Delicious – คุณนัทย้ำคำโตๆ

        “ตัวเรารู้สึกไม่ดี เราจะทำขายเหรอ” คุณนัทบอกกับเราอย่างหนักแน่น อาจเป็นเหตุผลให้ตลอดการสนทนาถูกเติมเต็มด้วยความสดชื่นของน้ำมันหอมจากสมุนไพรเข้มข้นไร้สารเจือปนและน้ำผักรสกลมกล่อมที่ส่งตรงจากครัวบ้านโชวใจมีสุขด้วยความสุขใจ

ผ่อนคลายกับน้ำมันหอม ‘มีสุข’ และลิ้มรสน้ำผักผลไม้เพื่อสุขภาพ 6 สูตรจาก ‘สุขใจ’

No more fat : avocado + เสาวรส

The red booster : มะม่วงหาวมะนาวโห่ + mulberry + กีวี

Mr. & Mrs. beans : ธัญพืช5สี 

Aloha : เนื้อว่านหางจระเข้ + น้ำใบเตย 

Almond milk : นมอัลมอนด์ 100% 

Corn milk : น้ำนมข้าวโพด 100% 

สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

Facebook : sookjai.juice

Instagram : sookjai.juice

LINE Official Account : @sookjai.juice

SAS Food Supplement.

bioshot
blissly bioshot
biocap7
blissly biocap 7