วิธีรับมือในวันหยุดยาว เมื่อกินเยอะจนลำไส้ปั่นป่วน

        หยุดยาวทีไรกินเยอะทุกที

        ภาพในหัวของหลายคนไม่น่าจะเหมือนกันเป๊ะๆ เมื่อได้ยินคำว่ากินเยอะ เพราะความ เยอะ ของแต่ละคนย่อมไม่เท่ากัน ถามว่าแค่ไหนเรียกกินเยอะหรือกินอาการมากเกินพอดี คุณหมอ Robert Glatter ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านเวชศาสตร์ฉุกเฉินอธิบายว่าความสัมพันธ์ของปริมาณอาหารขึ้นอยู่กับร่างกายของแต่ละคนว่าในหนึ่งมื้อร่างกายของเรารับได้แค่ไหน และยังมีความเป็นไปได้สูงมากที่มื้อหนักของเราจะมีอาหารขยะร่วมเป็นหนึ่งในเมนูด้วย

        แต่เรื่องกินเรื่องใหญ่ หยุดยาวทั้งทีขอกินตามใจสักหน่อย จะเป็นอะไรไป อันที่จริงไม่ใช่เรื่องผิด เพราะการกินไม่ได้ช่วยแค่อิ่มท้องแต่ยังช่วยให้อิ่มใจด้วย ทางออกอาจไม่ใช่ทางอด แต่เป็นวิธีกินของเราต่างหากที่ช่วยดูแลลำไส้ได้

ยิ่งกินมากยิ่งต้องดื่มน้ำ

        เมื่อกินมากเกินไปจะเกิดอาการท้องอืด ไม่สบายตัว หรืออาจมีอาการกรดไหลย้อน ก่อนอื่นอย่าเพิ่งจิตตกตำหนิตัวเองมากเกินไปว่าทำไมมื้อนี้เผลอกินจนแน่นไปหมด ใจดีกับตัวเองสักนิดแล้วหยิบน้ำขึ้นมาดื่มให้ได้ 6-8 แก้วต่อวันเพื่อให้ร่างกายไม่ขาดน้ำ ช่วยให้ย่อยอาหารได้ดีขึ้น และยังช่วยกำจัดโซเดียมที่แฝงมากับมื้อจัดหนักของเรา นอกจากนี้การกินมากเกินไปอาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น จนเราเกิดอาการปวดหัว กระหายน้ำ อ่อนเพลียหรือง่วงนอนได้

เปลี่ยนจาน กินช้าลง

        สมองของเราใช้เวลาประมาณ 20 นาทีในการส่งสัญญาณไปที่กระเพาะอาหารเพื่อให้รู้ว่าอิ่มแล้ว ลองเปลี่ยนจานที่ใช้กินมื้อใหญ่เป็นจานใบเล็กลงกว่าเดิมจะทำให้เราเติมอาหารได้น้อยลง รวมถึงวางช้อนส้อมทุกครั้งที่เคี้ยวอาหาร เคี้ยวช้าๆ ให้หมดคำค่อยหยิบช้อนขึ้นมาตักอาหารใส่ปาก และกินให้หมดจานตัวเองจึงค่อยตักอาหารมาใส่ใหม่แล้วกินแค่ในจานใบเล็กใบนี้เท่านั้น เมื่อไม่กินรัวและเร็วจนเกินไป ก็จะเป็นการเพิ่มโอกาสรู้สึกถึงความอิ่มก่อนแน่นท้องนั่นเอง

เติมผักสดผลไม้

        เติมไฟเบอร์ให้ร่างกาย เพราะร่างกายที่มีไฟเบอร์จำนวนมากจะทำให้อิ่มระหว่างมื้ออาหารและลดความอยากกินขนมจุกจิกลงได้แม้ว่ามื้อรวมญาติจะเต็มไปได้ของน่ากินมากมายก็ตาม ไฟเบอร์ในผักบางชนิดยังจัดเป็นพรีไบโอติกส์ซึ่งเป็นแหล่งอาหารของจุลินทรีย์ดีในร่างกาย มักพบในพืชผักอย่างพืชหัว เช่น อาร์ติโชคหรือหัวกระเทียม นอกจากช่วยให้ระบบขับถ่ายดี ยังช่วยให้เราดูดซึมสารอาหารได้ดีขึ้นด้วย

เติม blissly bioshot โปรไบโอติกส์และพรีไบโอติกส์เต็มช็อต

        โปรไบโอติกส์ (Probiotics) เป็นจุลินทรีย์ดีที่เมื่อเรากินเข้าไปตอนที่เชื้อยังมีชีวิตอยู่และได้รับในปริมาณมากพอโปรไบโอติกส์จะเข้าไปเจริญเติบโตในร่างกาย โดยเฉพาะระบบทางเดินอาหาร ช่วยปรับสมดุลจุลินทรีย์ประจำถิ่นในลำไส้ นอกจากนี้ยังช่วยย่อยและหมักกากอาหารกลุ่มคาร์โบไฮเดรต คือกลุ่มที่ร่างกายไม่สามารถย่อยและดูดซึมได้ (non digestible cabohydrates, NDC ) โปรไบโอติกส์จะทำให้อาหารกลุ่มนี้กลายเป็นไขมันสายสั้นเพื่อเป็นแหล่งพลังงาน และสามารถสร้างพร้อมทั้งดูดซึมวิตามิน เกลือแร่ เช่น วิตามินเค วิตามินดี แคลเซียม แมกนีเซียม เหล็ก

        blissly bioshot เป็นซินไบโอติกส์ที่เต็มไปด้วยโปรไบโอติกส์มีชีวิตสูงสุด 11 ชนิด และพรีไบโอติกส์ 2 ชนิด เชื้อทนต่อกรดในกระเพาะ เหมาะกับสภาพอากาศประเทศไทย ช่วยปรับสมดุลระบบขับถ่ายและระบบประสาท เสริมภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย พร้อมด้วยรสโยเกิร์ตเข้มข้น อร่อยกินง่าย

สร้างนิสัยสุขภาพดี แม้ในวันหยุดยาวที่ลำไส้ต้องทำงานหนัก เพียงวันละช็อต

 

อ้างอิง

https://www.mdanderson.org/publications/focused-on-health/What-happens-when-you-overeat.h23Z1592202.html

https://www.insider.com/what-happens-if-you-eat-too-much-2019-1

SAS Food Supplement.

blissly bioshot
blissly biocap 7