โปรไบโอติกส์ 101 : รู้จักกับโปรไบโอติกส์ จุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย

        ปัจจุบันมีการใช้ยาปฏิชีวนะมากขึ้นเมื่อคนเราเจ็บป่วย แต่นอกจากฆ่าเชื้อก่อโรคแล้ว ยาปฏิชีวนะยังทำลายเชื้อจุลินทรีย์ที่ดีด้วย ส่งผลให้ระบบในร่างกายและระบบทางเดินอาหารเสียสมดุล เราจึงต้องเติมเชื้อจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ ซึ่งเชื้อเหล่านี้อาศัยอยู่ในระบบทางเดินอาหารที่ถูกเรียกว่าโปรไบโอติกส์ (Probiotics) ส่วนมากพบได้ในนมเปรี้ยวและโยเกิร์ต อาหารหมักดองต่างๆ เช่น กิมจิ ถั่วเน่า รวมถึงชีส และมิโซะ

        ย้อนกลับไปเมื่อกว่าพันปีที่แล้วในแถบยุโรป ผู้คนสมัยนั้นล้วนเป็นนักเดินทาง แต่เพราะไม่มีรถยนต์ พวกเขาจึงต้องใช้วิธีการเดินเท้าหรือไม่ก็อาศัยสัตว์เป็นยานพาหนะ ตลอดระยะเวลาที่ร่อนเร่ไปตามพื้นที่ต่างๆ จำเป็นต้องนำอาหารติดตัวไปด้วย อาหารหลักที่ชาวยุโรปกินกันในชีวิตประจำวันคือนม แต่เพราะยังไม่มีภาชนะสำหรับบรรจุอาหาร จึงใช้วิธีพื้นบ้านอย่างการนำกระเพาะสัตว์มาใช้แทนถุงบรรจุนมสด เมื่อผ่านไปสักระยะเกิดการทำปฏิกิริยาทำให้นมมีรสเปรี้ยวและแข็งตัวขึ้นกลายเป็นอาหารที่เรารู้จักกันในชื่อว่าโยเกิร์ต

        โยเกิร์ตอุดมไปด้วยโปรไบโอติกส์ (Probiotics) ซึ่งเป็นกลุ่มจุลินทรีย์ชนิดหนึ่งที่มีประโยชน์ และที่สำคัญคือเชื้อจุลินทรีย์ยังมีชีวิตอยู่ตอนที่เรากินเข้าไป ซึ่งเมื่อได้รับในปริมาณที่มากพอก็จะไปเจริญเติบโตในร่างกาย โดยเฉพาะในระบบทางเดินอาหาร อันที่จริงแล้วในร่างกายของคนเรามีจุลินทรีย์อยู่ทุกส่วน ทั้งภายในช่องปาก ลำไส้ ระบบทางเดินอาหาร และช่องคลอด รวมถึงบริเวณผิวหนัง จุลินทรีย์เหล่านี้ถูกเรียกว่า จุลินทรีย์ประจำถิ่น (Normal flora) ถ้าร่างกายอยู่ในภาวะแข็งแรงปกติ เชื้อประจำถิ่นเหล่านี้จะไม่ทำให้เกิดโรค จุลินทรีย์ประจำถิ่นอาศัยสารอาหารจากเราเพื่อดำรงชีวิต และยังช่วยปกป้องเราจากเชื้อก่อโรคต่างๆ (Pathogen) เชื้อประจำถิ่นจึงมีความสำคัญต่อร่างกายเรามาก

       มีการศึกษาวิจัยจำนวนมากที่พบว่าโปรไบโอติกส์เต็มไปด้วยประโยชน์ต่างๆ เช่น เสริมภูมิคุ้มกันโรค ลดปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร เช่น ท้องผูก แน่นท้อง ท้องเสีย แผลในกระเพาะอาหาร ลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งลำไส้ เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ลดโอกาสการเกิดภูมิแพ้ในเด็ก ช่วยลดระดับของคอเลสเทอรอล (cholesterol) ฟอสฟอลิปิด (phospolipid) และไตรกลีเซอไรด์ (triglyceride) ในเลือด ป้องกันไข้หวัด และการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ

        และสิ่งที่จะช่วยให้โปรไบโอติกส์แข็งแรงและเติบโตในลำไส้ได้อย่างดีคือ พรีไบโอติกส์ (Prebiotics) ที่เป็นอาหารของจุลินทรีย์กลุ่มโปรไบโอติกส์ ซึ่งร่างกายเราไม่สามารถย่อยสลายและดูดซึมสารกลุ่มนี้ในระบบทางเดินอาหารได้ มักจะเป็นกลุ่มน้ำตาลที่เรียกว่าโอลิโกแซคคาร์ไรด์ (Oligosaccharides) ที่ประกอบด้วยน้ำตาลจำนวนไม่กี่โมเลกุล อาหารหลายชนิดที่เรากินกันอยู่และหากินง่าย มีพรีไบโอติกส์อยู่ เช่น กล้วย หน่อไม้ฝรั่ง หัวหอม แอปเปิ้ล เป็นต้น 

        พรีไบโอติกส์มีหลายชนิด เช่น กลูโคส+กาแล็กโตส=แลคโตส แต่ที่โดดเด่นก็คืออินูลีนเป็นหนึ่งในพรีไบโอติกส์ที่พบได้ในพืชหัวบางชนิด และมักใช้ในอาหารเสริมส่วนใหญ่ มีประสิทธิภาพช่วยลดไขมันในเลือด ช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกัน ลดสารพิษที่อาจสะสมตามผนังลำไส้ เพิ่มการดูดซึมแร่ธาตุ โดยเฉพาะแคลเซียมและแมกนีเซียม

       อีกคำที่มักได้ยินกันอยู่เสมอคือ ซินไบโอติกส์ (Synbiotics) ซึ่งหมายถึงผลิตภัณฑ์ที่มีโปรไบโอติกส์และพรีไบโอติกส์อยู่ด้วยกัน ซึ่งพรีไบโอติกส์หลายชนิดมีความจำเพาะกับโปรไบโอติกส์ แล้วเกิดการทำงานเสริมกัน ส่งผลดีต่อสุขภาพ ลดการเกิดโรคต่างๆ และทำให้ร่างกายแข็งแรง

SAS Food Supplement.

blissly bioshot
blissly biocap 7