เทคโนโลยีชีวภาพดีอย่างไรเทคโนโลยีชีวภาพดีอย่างไร

จากการบริโภคเนื้อสัตว์ในปัจจุบันที่มีความต้องการเพิ่มมากขึ้นจึงทำให้อุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์มีการเติบโตต่อเนื่องด้วยเช่นกัน และเกิดการพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็วด้วยการนำสัตว์ที่มีศักยภาพทางพันธุกรรมสูงเข้ามาเลี้ยงในฟาร์มขนาดใหญ่ มีระบบการป้องกันรักษาโรค และการจัดการดูแลอย่างเข้มงวด เพื่อทำให้เกิดผลผลิตที่มีประสิทธิภาพสูง  มีการแปรรูปผลิตภัณฑ์ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยได้มาตรฐานและถูกสุขลักษณะ สามารถส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศได้หลายประเทศ เมื่ออุตสาหกรรมการผลิตสัตว์มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องเช่นนี้ก็ทำให้เกิดปัญหาตามมาด้วยเช่นกัน อาทิเช่น เกิดมลภาวะทางอากาศ ดิน น้ำ ในที่ทำการเลี้ยง การเชือด การชำแหละเพื่อการแปรรูป และสารตกค้างที่เป็นเคมีหรือยาปฏิชีวนะที่เติมอยู่ในอาหารสัตว์ การเกิดเชื้อโรคดื้อยา และสุดท้ายผลกระทบการเกิดโรคในมนุษย์จากการบริโภคเนื้อสัตว์   

และเมื่อผู้บริโภคมีการได้รับข่าวสารต่างๆ จากสื่อโซเชียลที่มีความสะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น จึงทำให้ผู้บริโภคหันมาใส่ใจในสุขภาพของตน เริ่มตะหนักถึงอาหารที่บริโภคเข้าไปทุกวัน จึงทำให้เกิดการเข้มงวดในการเลือกรับประทาน เช่น การเลือกบริโภคเนื้อสัตว์ที่มีไขมันน้อย การเลือกเนื้อสัตว์ที่ปลอดสารตกค้างและยาปฏิชีวนะ และยังดูย้อนไปถึงกระบวนการเลี้ยงที่ดีและใช้อาหารจากธรรมชาติให้สัตว์กินด้วย ดังนั้นจึงเชื่อมั่นได้ว่าผู้บริโภคต้องการเน้นเรื่องความปลอดภัยจริง

เมื่อเป็นแบบนี้การเลี้ยงสัตว์ของผู้เลี้ยงและอุตสาหกรรมการเลี้ยงก็ต้องปรับวิธีการเลี้ยงให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคมากขึ้น  ด้วยการใช้เทคโนโลยีชีวภาพเข้ามาช่วยในการปรับปรุงพันธุ์ ช่วยในการเร่งการเจริญเติบโต การให้ผลผลิตแทนยาปฏิชีวนะ การใช้วัตถุดิบอาหารจากธรรมชาติ ช่วยเพิ่มการย่อยโภชนะในอาหารเพื่อลดปริมาณโภชนะที่ย่อยไม่ได้ให้น้อยลง เป็นการลดมลภาวะในสิ่งแวดล้อม ช่วยในการควบคุมการเกิดกลิ่นมลพิษในฟาร์มและกำจัดของเสียจากคอกเลี้ยงสัตว์ฯ

เทคโนโลยีชีวภาพเข้ามามีบทบาทเกี่ยวข้องโดยตรงกับการผลิตอาหารสัตว์ในแง่มุมต่างๆ หลายด้านดังภาพ

การใช้เทคโนโลยีชีวภาพในวงการอาหารสัตว์ ด้วยวัตถุประสงค์ที่จะเลี้ยงสัตว์โดยใช้อาหารที่ได้จากวัสดุธรรมชาติ ที่จะไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ผู้บริโภคในภายหลัง และไม่ก่อให้เกิดมลภาวะในสิ่งแวดล้อมหรือให้มีน้อยที่สุดนั้น  เทคโนโลยีชีวภาพที่จะนำมาใช้สนับสนุนการผลิตอาหารสัตว์ต้องมุ่นเน้นให้เกิดผลต่างๆ ดังนี้

- เพิ่มประสิทธิภาพการย่อยและใช้ประโยชน์ได้ของโภชนะในอาหารให้สูงที่สุด
เพื่อจะให้มีส่วนที่ย่อยและใช้ประโยชน์ได้หมดและไม่เหลือถ่ายออกมาในสิ่งขับถ่ายหรือมีน้อยลง ซึ่งจะเป็นการช่วยควบคุมการเกิดมลภาวะในอากาศ ดิน และแหล่งน้ำได้
- การควบคุมกลิ่นจากโรงเรือนและในฟาร์ม
- ลดการใช้สารปฏิชีวนะในอาหารสัตว์ในแง่การเป็นสารเร่งการเจริญเติบโตให้ต่ำที่สุด
- เพื่อป้องกันการเกิดเชื้อโรคดื้อยา หรือการตกค้างในผลิตภัณฑ์สัตว์
- ปรับปรุงคุณภาพของผลิตภัณฑ์สัตว์เพื่อลดการเกิดโรคร้ายของมนุษย์ที่เกิดจากการบริโภคผลิตภัณฑ์สัตว์

ขอบข่ายของเทคโนโลยีชีวภาพที่มีศักยภาพในการก่อให้เกิดผลดังกล่าว จึงจำกัดอยู่ที่การประยุกต์ใช้ผลิตภัณฑ์ชีวภาพมาช่วยเพิ่มการย่อยและการใช้ประโยชน์ของโภชนะ ช่วยควบคุมมลพิษและบำบัดของเสียจากคอกสัตว์ ตลอดจนช่วยควบคุมโรคและกระตุ้นการเจริญเติบโตและการให้ผลผลิตของสัตว์ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

ขอขอบคุณที่มาข้อมูล : FEEDS AND FEEDING NONRUMINANTS   ISBN : 974-659-569-5 อาหารและการให้อาหารสัตว์ไม่เคี้ยวเอื้อง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 กันยายน 2560

จากการบริโภคเนื้อสัตว์ในปัจจุบันที่มีความต้องการเพิ่มมากขึ้นจึงทำให้อุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์มีการเติบโตต่อเนื่องด้วยเช่นกัน และเกิดการพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็วด้วยการนำสัตว์ที่มีศักยภาพทางพันธุกรรมสูงเข้ามาเลี้ยงในฟาร์มขนาดใหญ่ มีระบบการป้องกันรักษาโรค และการจัดการดูแลอย่างเข้มงวด เพื่อทำให้เกิดผลผลิตที่มีประสิทธิภาพสูง  มีการแปรรูปผลิตภัณฑ์ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยได้มาตรฐานและถูกสุขลักษณะ สามารถส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศได้หลายประเทศ เมื่ออุตสาหกรรมการผลิตสัตว์มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องเช่นนี้ก็ทำให้เกิดปัญหาตามมาด้วยเช่นกัน อาทิเช่น เกิดมลภาวะทางอากาศ ดิน น้ำ ในที่ทำการเลี้ยง การเชือด การชำแหละเพื่อการแปรรูป และสารตกค้างที่เป็นเคมีหรือยาปฏิชีวนะที่เติมอยู่ในอาหารสัตว์ การเกิดเชื้อโรคดื้อยา และสุดท้ายผลกระทบการเกิดโรคในมนุษย์จากการบริโภคเนื้อสัตว์   

และเมื่อผู้บริโภคมีการได้รับข่าวสารต่างๆ จากสื่อโซเชียลที่มีความสะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น จึงทำให้ผู้บริโภคหันมาใส่ใจในสุขภาพของตน เริ่มตะหนักถึงอาหารที่บริโภคเข้าไปทุกวัน จึงทำให้เกิดการเข้มงวดในการเลือกรับประทาน เช่น การเลือกบริโภคเนื้อสัตว์ที่มีไขมันน้อย การเลือกเนื้อสัตว์ที่ปลอดสารตกค้างและยาปฏิชีวนะ และยังดูย้อนไปถึงกระบวนการเลี้ยงที่ดีและใช้อาหารจากธรรมชาติให้สัตว์กินด้วย ดังนั้นจึงเชื่อมั่นได้ว่าผู้บริโภคต้องการเน้นเรื่องความปลอดภัยจริง

เมื่อเป็นแบบนี้การเลี้ยงสัตว์ของผู้เลี้ยงและอุตสาหกรรมการเลี้ยงก็ต้องปรับวิธีการเลี้ยงให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคมากขึ้น  ด้วยการใช้เทคโนโลยีชีวภาพเข้ามาช่วยในการปรับปรุงพันธุ์ ช่วยในการเร่งการเจริญเติบโต การให้ผลผลิตแทนยาปฏิชีวนะ การใช้วัตถุดิบอาหารจากธรรมชาติ ช่วยเพิ่มการย่อยโภชนะในอาหารเพื่อลดปริมาณโภชนะที่ย่อยไม่ได้ให้น้อยลง เป็นการลดมลภาวะในสิ่งแวดล้อม ช่วยในการควบคุมการเกิดกลิ่นมลพิษในฟาร์มและกำจัดของเสียจากคอกเลี้ยงสัตว์ฯ

เทคโนโลยีชีวภาพเข้ามามีบทบาทเกี่ยวข้องโดยตรงกับการผลิตอาหารสัตว์ในแง่มุมต่างๆ หลายด้านดังภาพ

การใช้เทคโนโลยีชีวภาพในวงการอาหารสัตว์ ด้วยวัตถุประสงค์ที่จะเลี้ยงสัตว์โดยใช้อาหารที่ได้จากวัสดุธรรมชาติ ที่จะไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ผู้บริโภคในภายหลัง และไม่ก่อให้เกิดมลภาวะในสิ่งแวดล้อมหรือให้มีน้อยที่สุดนั้น  เทคโนโลยีชีวภาพที่จะนำมาใช้สนับสนุนการผลิตอาหารสัตว์ต้องมุ่นเน้นให้เกิดผลต่างๆ ดังนี้

- เพิ่มประสิทธิภาพการย่อยและใช้ประโยชน์ได้ของโภชนะในอาหารให้สูงที่สุด
เพื่อจะให้มีส่วนที่ย่อยและใช้ประโยชน์ได้หมดและไม่เหลือถ่ายออกมาในสิ่งขับถ่ายหรือมีน้อยลง ซึ่งจะเป็นการช่วยควบคุมการเกิดมลภาวะในอากาศ ดิน และแหล่งน้ำได้
- การควบคุมกลิ่นจากโรงเรือนและในฟาร์ม
- ลดการใช้สารปฏิชีวนะในอาหารสัตว์ในแง่การเป็นสารเร่งการเจริญเติบโตให้ต่ำที่สุด
- เพื่อป้องกันการเกิดเชื้อโรคดื้อยา หรือการตกค้างในผลิตภัณฑ์สัตว์
- ปรับปรุงคุณภาพของผลิตภัณฑ์สัตว์เพื่อลดการเกิดโรคร้ายของมนุษย์ที่เกิดจากการบริโภคผลิตภัณฑ์สัตว์

ขอบข่ายของเทคโนโลยีชีวภาพที่มีศักยภาพในการก่อให้เกิดผลดังกล่าว จึงจำกัดอยู่ที่การประยุกต์ใช้ผลิตภัณฑ์ชีวภาพมาช่วยเพิ่มการย่อยและการใช้ประโยชน์ของโภชนะ ช่วยควบคุมมลพิษและบำบัดของเสียจากคอกสัตว์ ตลอดจนช่วยควบคุมโรคและกระตุ้นการเจริญเติบโตและการให้ผลผลิตของสัตว์ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

ขอขอบคุณที่มาข้อมูล : FEEDS AND FEEDING NONRUMINANTS   ISBN : 974-659-569-5 อาหารและการให้อาหารสัตว์ไม่เคี้ยวเอื้อง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 กันยายน 2560