ความสำคัญของผลิตภัณฑ์ชีวภาพเสริมในอาหารสัตว์ความสำคัญของผลิตภัณฑ์ชีวภาพเสริมในอาหารสัตว์

จุลินทรีย์มีบทบาทสำคัญต่อวัฏจักรต่างๆ และเป็นจุดเริ่มต้นของวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตบนโลกมีผล ทำให้เกิดความหลากหลายทางชีววิทยา จุลินทรีย์แต่ละชนิดมีคุณสมบัติและความสามารถแตกต่างกันโดยมีวิวัฒนาการปรับตัวเพื่อดำรงชีวิตในระบบนิเวศน์และสภาวะแวดล้อมที่ไม่เหมือนกันและกระจายอยู่ในแหล่งต่างๆ ทั้งในดิน น้ำ อากาศ และบนส่วนต่างๆ ของต้นไม้ รวมทั้งในร่างกายมนุษย์ และร่างกายสัตว์ หลายพันปีมาแล้วที่มนุษย์รู้จักนำจุลินทรีย์มาใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ รวมทั้งการนำมาทำเป็นผลิตภัณฑ์ชีวภาพเสริมในอาหารสัตว์ ผลิตภัณฑ์ที่ดีจะต้องมีบทบาทในการสนับสนุนการทำงานของจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์เพื่อเป็นการป้องกันการเกิดโรคทำให้สัตว์มีสุขภาพดี ให้ผลผลิตสูง ไม่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภคด้วย

จุลินทรีย์มีความสำคัญในระบบทางเดินอาหารของสัตว์ช่วยในการปกป้องไม่ให้เกิดโรคที่เกิดจากเชื้อโรคที่อาจจะติดเข้าไปทางอาหารหรืออาจมีอยู่แล้วในระบบทาง
เดินอาหาร จุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ในทางเดินอาหารจะช่วยปกป้องสัตว์ด้วยกลไกที่เรียกว่า competitive exclusion(CE) ซึ่งเป็นกลไกที่จุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ปรับสภาพ
สิ่งแวดล้อมในทางเดินอาหารให้ไม่เหมาะสมต่อการขยายของเชื้อโรค แย่งอาหาร และแย่งที่เกาะจับบนผนังลำไส้กับเชื้อโรคตลอดจนกระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกายสัตว์ให้ต้านทานต่อโรคเพิ่มขึ้น Spring และ Privulescu (1998)

จากภาพจะเหçนได้ว่า สารยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ (antimicrobial substances) อาทิ สารเคมี ปฏิชีวนสาร และสมุนไพรบางชนิด มีบทบาทสนับสนุนการทำงานของจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ โดยยับยั้งการเติบโตของเชื้อโรค ทำให้จุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ทำงานโดยกลไกของ CE ได้ดีขึ้น

ผลิตภัณฑ์ชีวภาพที่เติมในอาหารสัตว์แล้วทำหน้าที่ในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์ที่เป็นโทษและกระตุ้นจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์มี สารเสริมชีวนะโปรไบโอติก และ โอลิโกแซคคาไรด์ หรือเยื่อใยที่ละลายได้ไฟเบอร์ นอกจากจุลินทรีย์ในกลุ่ม lactic acid bacteria แล้ว ยีสต์ Saccharomyces cerevisae และผลิตภัณฑ์จากยีสต์ก็ได้รับความสนใจในการใช้เป็นสารเสริมชีวนะในอาหารสัตว์ด้วย การใช้ยีสต์เชื้อเป็นพร้อมด้วยอาหารเลี้ยงเชื้อหรือเรียกรวมอีกชื่อหนึ่งได้ว่า yeast culture เสริมลงไปในอาหารสัตว์ก็สามารถช่วยเพิ่มสมรรถะการผลิตของสัตว์ได้ในแง่การกินอาหารได้เพิ่มขึ้น ทำให้อัตราการเจริญเติบโตและประสิทธิภาพการใช้อาหารของสัตว์ให้เนื้อให้สูงขึ้น และช่วยเพิ่มการย่อยได้ของเยื่อใย สมรรถะการผลิตตลอดจนปริมาณและคุณภาพน้ำนมดีขึ้น สำหรับสัตว์ไม่เคี้ยวเอื้องสารเสริมชีวนะจากยีสต์และแบคทีเรียที่สร้างกรดแลคติก โดยเฉพาะพวก Lactobacillus spp. และ Streptococcus spp. เช่น Lacto-sacc จากการสำรวจงานวิจัยโดย Dawson (1993) พบว่าสารเสริมชีวนะจากยีสต์สามารถทนกรดในกระเพาะและน้ำย่อยในทางเดินอาหาร และเคลื่อนผ่านไปแพร่ขยายมีผลต่อการทำงานของจุลินทรีย์ในทางเดินของอาหารส่วนปลายของสัตว์ไม่เคี้ยวเอื้องได้ดี

สําหรับผลตอบสํานองต่อการเสริมยีสต์ในอาหารสัตว์ไม่เคี้ยวเอื้อง มีผลต่อสําุกรและสัตว์ปีกดังนี้
สุกร : เพิ่มอัตราการย่อยได้ของพลังงานในอาหารที่มีเยื่อใยสูง และเพิ่มสมรรถะการผลิตของสุกรเนื้อ (Wenk,1990)
ไก่:
- เพิ่มอัตราการใช้ประโยชน์ได้ของพลังงาน สมดุลไนโตรเจน และการย่อยได้ (Wenk, 1990)
- กระตุ้นการแพร่ขยายและการทำงานของแบคทีเรียในทางเดินอาหารและเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการของอาหาร(Dawson, 1993)
- เพิ่มอัตราการเติบโตและประสิทธิภาพของการใช้อาหารของไก่เนื้อ (Bradley, 1994 และ Kumar and Dingle, 1996) กินอาหารเพิ่มขึ้นและลดอัตราการตายของไก่เนื้อ (Kumar and Dingle, 1996)
- เพิ่มอัตราการใช้ประโยชน์ของแร่ธาตุ อัตราการผสมติด และการฟักออกของไข่ในไก่ พ่อ-แม่พันธุ์ (Lyons,1997)

ปัจจุบันความต้องการของผู้บริโภคในตลาดคือความปลอดภัยในอาหารที่พวกเขาบริโภค ดังนั้นผู้เลี้ยงจึงต้องตะหนักถึงการเลิกใช้ยาปฏิชีวนะ เพราะจะช่วยลดการตกค้างของสารเหล่านี้ในผลิตภัณฑ์ได้  และจำเป็นที่ต้องหาผลิตภัณฑ์ชีวภาพอื่นที่มีบทบาทในการสนับสนุนการทำงานของจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์เพื่อเป็นมาตรการปกป้องการเกิดโรค ทำให้สัตว์มีสุขภาพดี ให้ผลผลิตสูง โดยไม่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค

 

 

 

จุลินทรีย์มีบทบาทสำคัญต่อวัฏจักรต่างๆ และเป็นจุดเริ่มต้นของวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตบนโลกมีผล ทำให้เกิดความหลากหลายทางชีววิทยา จุลินทรีย์แต่ละชนิดมีคุณสมบัติและความสามารถแตกต่างกันโดยมีวิวัฒนาการปรับตัวเพื่อดำรงชีวิตในระบบนิเวศน์และสภาวะแวดล้อมที่ไม่เหมือนกันและกระจายอยู่ในแหล่งต่างๆ ทั้งในดิน น้ำ อากาศ และบนส่วนต่างๆ ของต้นไม้ รวมทั้งในร่างกายมนุษย์ และร่างกายสัตว์ หลายพันปีมาแล้วที่มนุษย์รู้จักนำจุลินทรีย์มาใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ รวมทั้งการนำมาทำเป็นผลิตภัณฑ์ชีวภาพเสริมในอาหารสัตว์ ผลิตภัณฑ์ที่ดีจะต้องมีบทบาทในการสนับสนุนการทำงานของจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์เพื่อเป็นการป้องกันการเกิดโรคทำให้สัตว์มีสุขภาพดี ให้ผลผลิตสูง ไม่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภคด้วย

จุลินทรีย์มีความสำคัญในระบบทางเดินอาหารของสัตว์ช่วยในการปกป้องไม่ให้เกิดโรคที่เกิดจากเชื้อโรคที่อาจจะติดเข้าไปทางอาหารหรืออาจมีอยู่แล้วในระบบทาง
เดินอาหาร จุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ในทางเดินอาหารจะช่วยปกป้องสัตว์ด้วยกลไกที่เรียกว่า competitive exclusion(CE) ซึ่งเป็นกลไกที่จุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ปรับสภาพ
สิ่งแวดล้อมในทางเดินอาหารให้ไม่เหมาะสมต่อการขยายของเชื้อโรค แย่งอาหาร และแย่งที่เกาะจับบนผนังลำไส้กับเชื้อโรคตลอดจนกระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกายสัตว์ให้ต้านทานต่อโรคเพิ่มขึ้น Spring และ Privulescu (1998)

จากภาพจะเหçนได้ว่า สารยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ (antimicrobial substances) อาทิ สารเคมี ปฏิชีวนสาร และสมุนไพรบางชนิด มีบทบาทสนับสนุนการทำงานของจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ โดยยับยั้งการเติบโตของเชื้อโรค ทำให้จุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ทำงานโดยกลไกของ CE ได้ดีขึ้น

ผลิตภัณฑ์ชีวภาพที่เติมในอาหารสัตว์แล้วทำหน้าที่ในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์ที่เป็นโทษและกระตุ้นจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์มี สารเสริมชีวนะโปรไบโอติก และ โอลิโกแซคคาไรด์ หรือเยื่อใยที่ละลายได้ไฟเบอร์ นอกจากจุลินทรีย์ในกลุ่ม lactic acid bacteria แล้ว ยีสต์ Saccharomyces cerevisae และผลิตภัณฑ์จากยีสต์ก็ได้รับความสนใจในการใช้เป็นสารเสริมชีวนะในอาหารสัตว์ด้วย การใช้ยีสต์เชื้อเป็นพร้อมด้วยอาหารเลี้ยงเชื้อหรือเรียกรวมอีกชื่อหนึ่งได้ว่า yeast culture เสริมลงไปในอาหารสัตว์ก็สามารถช่วยเพิ่มสมรรถะการผลิตของสัตว์ได้ในแง่การกินอาหารได้เพิ่มขึ้น ทำให้อัตราการเจริญเติบโตและประสิทธิภาพการใช้อาหารของสัตว์ให้เนื้อให้สูงขึ้น และช่วยเพิ่มการย่อยได้ของเยื่อใย สมรรถะการผลิตตลอดจนปริมาณและคุณภาพน้ำนมดีขึ้น สำหรับสัตว์ไม่เคี้ยวเอื้องสารเสริมชีวนะจากยีสต์และแบคทีเรียที่สร้างกรดแลคติก โดยเฉพาะพวก Lactobacillus spp. และ Streptococcus spp. เช่น Lacto-sacc จากการสำรวจงานวิจัยโดย Dawson (1993) พบว่าสารเสริมชีวนะจากยีสต์สามารถทนกรดในกระเพาะและน้ำย่อยในทางเดินอาหาร และเคลื่อนผ่านไปแพร่ขยายมีผลต่อการทำงานของจุลินทรีย์ในทางเดินของอาหารส่วนปลายของสัตว์ไม่เคี้ยวเอื้องได้ดี

สําหรับผลตอบสํานองต่อการเสริมยีสต์ในอาหารสัตว์ไม่เคี้ยวเอื้อง มีผลต่อสําุกรและสัตว์ปีกดังนี้
สุกร : เพิ่มอัตราการย่อยได้ของพลังงานในอาหารที่มีเยื่อใยสูง และเพิ่มสมรรถะการผลิตของสุกรเนื้อ (Wenk,1990)
ไก่:
- เพิ่มอัตราการใช้ประโยชน์ได้ของพลังงาน สมดุลไนโตรเจน และการย่อยได้ (Wenk, 1990)
- กระตุ้นการแพร่ขยายและการทำงานของแบคทีเรียในทางเดินอาหารและเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการของอาหาร(Dawson, 1993)
- เพิ่มอัตราการเติบโตและประสิทธิภาพของการใช้อาหารของไก่เนื้อ (Bradley, 1994 และ Kumar and Dingle, 1996) กินอาหารเพิ่มขึ้นและลดอัตราการตายของไก่เนื้อ (Kumar and Dingle, 1996)
- เพิ่มอัตราการใช้ประโยชน์ของแร่ธาตุ อัตราการผสมติด และการฟักออกของไข่ในไก่ พ่อ-แม่พันธุ์ (Lyons,1997)

ปัจจุบันความต้องการของผู้บริโภคในตลาดคือความปลอดภัยในอาหารที่พวกเขาบริโภค ดังนั้นผู้เลี้ยงจึงต้องตะหนักถึงการเลิกใช้ยาปฏิชีวนะ เพราะจะช่วยลดการตกค้างของสารเหล่านี้ในผลิตภัณฑ์ได้  และจำเป็นที่ต้องหาผลิตภัณฑ์ชีวภาพอื่นที่มีบทบาทในการสนับสนุนการทำงานของจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์เพื่อเป็นมาตรการปกป้องการเกิดโรค ทำให้สัตว์มีสุขภาพดี ให้ผลผลิตสูง โดยไม่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค